
สะกดรอย
...สุดสัปดาห์นี้ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะ จะอยู่กันที่เชียงใหม่ เพื่อจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน กมธ.แต่ละท่านหน้าตาเบิกบานแจ่มใส นานๆ ทีจะได้ออกมาสูดอากาศต่างจังหวัดกันบ้าง จากเดิมที่ต้องหน้าดำคร่ำเครียดกันแต่ในห้องประชุมที่กรุงเทพฯ แต่ก่อนจะยกคณะกันไปแอ่วเหนือกันนั้น วันก่อนเพิ่งได้มีความเห็นร่วมกันในบางเรื่องที่สำคัญ
...สุดสัปดาห์นี้ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะ จะอยู่กันที่เชียงใหม่ เพื่อจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน กมธ.แต่ละท่านหน้าตาเบิกบานแจ่มใส นานๆ ทีจะได้ออกมาสูดอากาศต่างจังหวัดกันบ้าง จากเดิมที่ต้องหน้าดำคร่ำเครียดกันแต่ในห้องประชุมที่กรุงเทพฯ แต่ก่อนจะยกคณะกันไปแอ่วเหนือกันนั้น วันก่อนเพิ่งได้มีความเห็นร่วมกันในบางเรื่องที่สำคัญ
...เรื่องสำคัญที่ว่านั้น คือ การกำหนดสัดส่วนของตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภา คนที่ 1 และ รองประธานสภา คนที่ 2 เดิมทีคณะ กมธ.ยกร่างฯ ได้กำหนดให้เก้าอี้ประธานสภา เป็นของคนที่ได้รับเสียงข้างมากจากสภา และให้พรรคอันดับ 2 ได้เก้าอี้รองประธานสภา คนที่ 1 ไป แต่คณะ กมธ.ยกร่างฯ คิดไปคิดมา ก็พบว่าในทางปฏิบัติพรรคอันดับ 2 อาจไม่ได้เป็นฝ่ายค้านก็ได้
...เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะปกติวันเลือกประธานสภาและตำแหน่งรองประธานสภาที่เหลือจะทำในวันเดียวกัน วันนั้นยังไม่มีทางรู้ชัดเจนว่าใครเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน จึงเปลี่ยนใหม่และกำหนดให้ชัดเจนไปเลยว่าให้เลือกประธานสภาก่อน จากนั้นไปเลือกนายกรัฐมนตรี
...ตอนเลือกผู้นำประเทศนี่แหละ จะรู้กันว่าใครอยู่ฝ่ายไหน ต่อมาก็กำหนดวันเลือกตั้งรองประธานสภาที่เหลือ 2 คนในวันหลัง โดยบัญญัติให้รองประธานสภา คนที่ 1 มาจากพรรคที่มีผู้นำฝ่ายค้าน ส่วนรองประธานสภา คนที่ 2 ก็ให้ที่ประชุมเลือกกันเองว่าจะเอาใคร ทำแบบนี้จะได้ตัดปัญหาเสียงข้างมากรวบหัวรวบหางสมดังเจตนารมณ์ของคณะ กมธ.ยกร่างฯ
...ปิดท้ายด้วยเรื่องปวดใจของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) บางกลุ่ม เนื่องจากยังไม่ทันที่คดีการถอดถอนอดีต สส. 249 คน จากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา สว.มิชอบ จะมาถึงมือ สนช. ปรากฏว่าบิ๊กๆ สนช.และขาใหญ่ในสภาทั้งหลายต่างท่องตำรา “ปรองดอง” กันเสียแล้ว ดูท่า สนช.คงปล่อยเสือ 249 ตัว เข้าป่าตามอดีต สว.38 คน ตามเดิม







