posttoday
ผ่านยุทธศาสตร์พีพีพี ดันลงทุน 5 ปี 1.35 ล้านล้าน

ผ่านยุทธศาสตร์พีพีพี ดันลงทุน 5 ปี 1.35 ล้านล้าน

04 เมษายน 2558

โดย...อนันญา มูลเพ็ญ

โดย...อนันญา มูลเพ็ญ

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (บอร์ดพีพีพี) ที่มี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างแผนยุทธศาสตร์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พร้อมกับเห็นชอบรายการโครงการพีพีพี (PPP Project Pipeline) รวม 20 กิจการ ทำให้ระยะ 5 ปีต่อจากนี้ (พ.ศ. 2558-2562) มีโครงการที่เอกชนสามารถเข้ามาร่วมลงทุนได้ทั้งหมด65 โครงการ รวมเงินลงทุน 1.35 ล้านล้านบาท

กุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะฝ่ายเลขาธิการบอร์ดพีพีพี กล่าวว่า รายการกิจการที่ได้รับอนุมัติ 20 กิจการ ส่วนมากเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับระบบคมนาคมขนส่ง การศึกษา สาธารณูปโภคพื้นฐาน และการโทรคมนาคม โดยแบ่งประเภทกิจการออกเป็น 2 กลุ่ม 

กลุ่มแรก คือ กิจการกลุ่มที่สมควรให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุน (Opt-out) 6 กิจการ ได้แก่ กิจการระบบขนส่งมวลชนทางรางในเมือง กิจการพัฒนาถนนที่มีการเก็บค่าผ่านทางในเมือง กิจการพัฒนาท่าเรือขนส่งสินค้า กิจการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง กิจการพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคม กิจการพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

กลุ่มที่สอง คือ กิจการที่รัฐส่งเสริมให้เอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุน จำนวน 14 กิจการ ได้แก่ กิจการพัฒนาถนนที่มีการเก็บค่าผ่านทางระหว่างเมือง กิจการพัฒนาสถานีขนส่งบรรจุ แยกและกระจายสินค้า กิจการพัฒนาระบบตั๋วร่วม กิจการพัฒนาธุรกิจและบริหารพื้นที่ท่าอากาศยาน กิจการพัฒนาระบบจัดการคุณภาพน้ำ กิจการพัฒนาระบบชลประทาน กิจการพัฒนาระบบจัดการมูลฝอย กิจการพัฒนาสถานศึกษาของรัฐ กิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข กิจการพัฒนาด้านยาและอุปกรณ์การแพทย์ กิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม กิจการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล กิจการพัฒนาศูนย์การประชุมขนาดใหญ่ และการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส

สำหรับโครงการที่จะลงทุนในปี 2558 ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีจำนวนอย่างน้อย 2 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงเตาปูน-ท่าพระ) และโครงการสถานี
บรรจุสินค้าและแยกสินค้ากล่อง (ICD) ลาดกระบัง ซึ่งคณะกรรมการพีพีพีพิจารณาแล้วให้ใช้วิธีการลงทุนตามกฎหมายร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนมาดำเนินการโดยจะเปิดให้เอกชนร่วมทุนในปีนี้

“บอร์ดพีพีพีจะนำเสนอร่างยุทธศาสตร์ต่อ ครม.ต่อไป ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบจะประกาศใช้ในเดือน เม.ย. 2558 เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางให้กับการทำงานของกระทรวงต่างๆ และหน่วยงานในสังกัดได้ใช้ต่อไป” กุลิศ กล่าว

ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งระยะเวลา 8 ปี ตามยุทธศาสตร์การคมนาคมขนส่งของประเทศวงเงินลงทุน 1.9 ล้านล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2558 ที่ผ่านมานั้น จากการหารือกับกระทรวงคมนาคมเบื้องต้น คาดว่าจะมีสัดส่วนการลงทุนของภาคเอกชนในโครงการต่างๆ 3.08 แสนล้านบาท หรือ 15.69% ของแผนลงทุนทั้งหมด

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังอยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการการลงทุนที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ และความจำเป็นอีก 10 โครงการ ซึ่งสามารถเป็นโครงการพีพีพีได้อีก มูลค่ารวม 2.06 แสนล้านบาท เช่น โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง กทม.-เชียงใหม่ รถไฟความเร็วสูง กทม.-หัวหิน โครงการรถไฟฟ้าใน กทม.-ปริมณฑลสายต่างๆ วงเงิน 5.25 แสน
ล้านบาท

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบการออกร่างกฎหมายลำดับรองเพื่อรองรับการปรับมูลค่าโครงการที่ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐจาก 1,000 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังจะนำเสนอ ครม.พิจารณาร่างกฎกระทรวงในการปรับมูลค่าเป็น 5,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าภายในเดือน พ.ค. 2558 น่าจะประกาศใช้ได้

ทั้งนี้ ในปัจจุบันกฎหมายลำดับรองต่างๆ ได้มีผลบังคับใช้ครบถ้วนแล้ว รวมทั้งหลักเกณฑ์สำหรับรองรับโครงการที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

ดังนั้น หน่วยงานต่างๆ สามารถดำเนินการนำเสนอโครงการได้ทันทีหากรัฐมนตรีประจำกระทรวงให้ความเห็นชอบ เพื่อผลักดันโครงการลงทุนของภาครัฐให้เดินหน้าต่อไป

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน