posttoday
‘ความร่ำรวย’ ลากศาสนาพุทธเสื่อม

‘ความร่ำรวย’ ลากศาสนาพุทธเสื่อม

03 เมษายน 2558

ภายหลังจากเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับความร่ำรวยผิดปกติและการคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นภายในศาสนาพุทธของสังคมไทย ไม่ได้รับความสนใจเพียงแค่ในสังคมไทยเท่านั้น

ภายหลังจากเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับความร่ำรวยผิดปกติและการคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นภายในศาสนาพุทธของสังคมไทย ไม่ได้รับความสนใจเพียงแค่ในสังคมไทยเท่านั้น

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า พระสงฆ์ได้รับการเคารพนับถือในฐานะสาวกของพระพุทธเจ้า ศาสดาของศาสนาพุทธ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันสังคมไทยเริ่มตั้งคำถามกับพระสงฆ์ที่สร้างความเสื่อมเสียให้แก่ศาสนา ภายหลังจากเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับความร่ำรวยผิดปกติและการคอร์รัปชั่น

ไทยติดอันดับ 3 ในดัชนีการให้ของโลกเมื่อปี 2014 โดย 77% ของประชากรทั้งหมดบริจาคเงินแก่การกุศล อย่างไรก็ตามสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) พบว่ามีการบริจาคเงินให้แก่วัดถึง 1-1.2 แสนล้านบาท จำนวน 3.8 หมื่นวัด

เอเอฟพี ระบุว่า การบริจาคเป็นรากฐานของศาสนาพุทธไทย แต่เมื่อความเป็นสมัยใหม่และทุนนิยมเข้ามา วิธีการบริจาคหรือการทำบุญก็มีความเปลี่ยแปลงไป เช่น การขายสังฆทานในห้างสรรพสินค้า และวิธีการแบบวัดพระธรรมกายที่มีช่องโทรทัศน์เป็นของตัวเอง ที่สร้างข้อโต้เถียงให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

ประกอบกับกรณีอื้อฉาวต่างๆ เช่น กรณีการยักยอกเงินไปบริจาคให้แก่วัด กรณีเณรคำกับเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว หรือแม้กระทั่งกรณีที่สงฆ์ทำผิดกฎของสงฆ์และไม่ตั้งมั่นอยู่ในพระธรรม อย่างการดื่มสุรา การแต่งชุดลำลองเหมือนประชาชนทั่วไป การขับรถจนเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ และการมีสัมพันธ์กับสีกา

เอเอฟพี รายงานอ้างพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ผู้วิพากษ์วิจารณ์ศาสนาพุทธไทยลงเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ศาสนาพุทธไทยพ่ายแพ้ให้แก่ทุนนิยม โดยศาสนาพุทธกลายเป็นการติดอยู่กับความคิดที่ว่าจะแสวงหาผลประโยชน์และทรัพย์สิน

นอกจากนี้ เอเอฟพียังได้สัมภาษณ์ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักคิดนักเขียนอาวุโส และผู้ก่อตั้งเครือข่ายพุทธศาสนิกสัมพันธ์เพื่อสังคม (ไอเอ็นอีบี) ว่า การที่พระสงฆ์สัมผัสเงิน เป็นการทำผิดกฎของสงฆ์ และมหาเถรสมาคม องค์กรศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดของไทย ก็ไม่อาจจัดการเรื่องดังกล่าวได้

สื่อต่างชาติดังกล่าว ระบุว่า ลักษณะเฉพาะของมหาเถรสมาคม คือ ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล และยังมีอำนาจปกครองตัวเอง รวมถึงยังเป็นผู้ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวให้พระสงฆ์รูปใดปฏิบัติตั้งอยู่ในธรรมเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม

ไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้เรียกร้องให้ร่างกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการควบคุมวัดและพระสงฆ์ที่มีบางส่วนไม่ได้ปฏิบัติตั้งมั่นอยู่ในธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อหาวิธีการจัดการทรัพย์สินของวัด และจัดทำบัญชีของวัดให้ถูกต้อง รวมถึงยังเปิดเผยบัญชีเหล่านั้นให้แก่สาธารณชนรับทราบอีกด้วย เพื่อทำให้ทรัพย์สินของวัดสามารถตรวจสอบไดและโปร่งใสยิ่งขึ้น

“ถ้าหากไม่มีกฎหมาย พระสงฆ์ต้อง
เป็นผู้จัดการทรัพย์สิน ซึ่งผิดกฎของสงฆ์” ไพบูลย์กล่าว

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน