
ปฏิรูปภาษีไม่เร่งด่วน
แพ็กเกจการปฏิรูปโครงสร้างภาษีของกระทรวงการคลัง ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าการแก้ไขกฎหมายหรือออกกฎหมายแต่ละฉบับ หนักไปทางการเพิ่มภาษีมากกว่าจะลดภาษี ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การแก้ไขประมวลรัษฎากร การแก้ไขกฎหมายของ 3 กรมภาษี ไม่มีใครต่อต้านในหลักการ แต่ต่อต้านเวลาที่ดำเนินการที่มาเร่งทำในช่วงเศรษฐกิจขาลง ที่ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ควรจะลดภาษีมากกว่าขึ้นภาษี
แพ็กเกจการปฏิรูปโครงสร้างภาษีของกระทรวงการคลัง ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าการแก้ไขกฎหมายหรือออกกฎหมายแต่ละฉบับ หนักไปทางการเพิ่มภาษีมากกว่าจะลดภาษี ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การแก้ไขประมวลรัษฎากร การแก้ไขกฎหมายของ 3 กรมภาษี ไม่มีใครต่อต้านในหลักการ แต่ต่อต้านเวลาที่ดำเนินการที่มาเร่งทำในช่วงเศรษฐกิจขาลง ที่ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ควรจะลดภาษีมากกว่าขึ้นภาษี
ดังนั้น การที่กระทรวงการคลังประกาศชะลอการเร่งเดินหน้าปฏิรูปภาษีออกไป 4 เดือน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าควรจะเลื่อนการพิจารณาไปก่อน เพราะเกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่อจิตวิทยาผู้บริโภค ที่ประชาชนจะไม่ใช้เงินหากไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีรายจ่ายเพิ่มอีก ก็น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีให้คลังทบทวนมาตรการภาษีใหม่ให้รอบคอบยิ่งขึ้น
สถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ การปรับโครงสร้างภาษีไม่น่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่เรื่องสำคัญที่จะต้องทำให้รวดเร็วกว่านี้ คือ การผลักดันการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลให้ออกมาเป็นรูปธรรมสัก 1-2 โครงการ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ซึ่งมีผลต่อปริมาณเงินในระบบ การจ้างงาน และการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน
ขณะนี้ทุกคนพุ่งเป้าไปที่การลงทุนของรัฐ เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยพยุงและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เนื่องจากเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การส่งออก การลงทุนเอกชน การบริโภคหดตัวลง ไม่มีทางที่จะฟื้นตัวในระยะเวลาสั้นๆ จึงต้องหวังพึ่งการใช้จ่ายภาครัฐเท่านั้น หากรัฐบาลยังคงปล่อยให้ภาวะเศรษฐกิจเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ปัญหาอาจจะแก้ยากยิ่งขึ้นไปอีก
การลงทุนของรัฐหากจะเกิดขึ้นได้นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการกู้เงินมาใช้มากกว่าจะใช้เงินจากงบประมาณแผ่นดิน ที่ยังขาดดุลงบประมาณอยู่จำนวนหนึ่ง การกู้มีหลายวิธี ทั้งกู้ในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะต้องพิจารณาคู่ไปกับการก่อหนี้สาธารณะ
สิ่งที่รัฐบาลควรทำในขณะนี้ คือ การจัดลำดับความสำคัญของงานว่าสิ่งใดควรทำก่อน และสิ่งใดควรทำทีหลัง
การปฏิรูปภาษีสามารถทำพร้อมกับการผลักดันการลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ได้ และจัดลำดับว่าภาษีใดต้องรีบทำก่อน เรื่องไหนต้องทำทีหลัง
กฎหมายที่ควรจะต้องเริ่มดำเนินการได้แล้ว คือ กฎหมายที่จะนำไปรองรับกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ก็ควรจะไปเร่งรัดทำออกมา หากต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางของการตั้งสำนักงานใหญ่ของเอกชนในภูมิภาคนี้ ก็ต้องมีสิ่งเหล่านี้ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่เร่งดำเนินการ
ความพยายามหารายได้เข้ารัฐบาลด้วยการเพิ่มการจัดเก็บภาษีให้มากขึ้น เพราะขณะนี้เราใช้มากกว่าหาได้สูง งบประมาณแผ่นดินขาดดุลหลายปี ทำให้กรมภาษีคิดแต่วิธีการเพิ่มรายได้ด้วยการขยายฐานภาษีให้กว้างขึ้น เก็บภาษีกับอาชีพใหม่ที่ไม่เคยเสียภาษี โดยไม่ได้คิดว่าหากทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น การจัดเก็บรายได้ก็จะมากขึ้นตามมาในที่สุด







