
การละเลยโดยสิ้นเชิงต่อโครงสร้างพื้นฐานอีกประเภทหนึ่ง
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
มาตรวัดสำหรับบางคนอาจเป็นตัววัดโครงสร้างพื้นฐานอีกทีหนึ่ง แต่สำหรับผู้เขียนขอมองให้เข้าใจง่ายๆ ว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานเหมือน ถนน รางรถไฟ ท่อประปา ท่อระบายน้ำ ฯลฯ ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ พืชผล สินค้าอุตสาหกรรม หรือรถขนสินค้าก็เดินทางไปถึงมือผู้ซื้อไม่ได้ หรือที่เรียกกันว่า โลจิสติกส์ ก็ไม่เกิดเช่นเดียวกัน ถ้าไม่มีมาตรฐานการวัดก็ไม่สามารถบอกได้ว่า สินค้านั้นๆ ได้มาตรฐานแค่ไหน เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐานทั่วๆ ไปนั้นเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ ขณะที่มาตรวัดนั้นไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจนเท่าโครงสร้างพื้นฐานที่เรารู้จักกันดี ที่กล่าวถึงข้างต้นมาตรวิทยาจึงเป็นเรื่องที่ต้องโยงกับมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเกษตร อุตสาหกรรม ยาและเครื่องมือแพทย์ ฯลฯ จึงจะสามารถทำให้เห็นและเข้าใจได้ชัดเจนขึ้น โดยถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ บางครั้งก็อาจเรียกได้ว่าเป็นการสอบเทียบ
หากจะว่ากันทางวิชาการ ตามที่หน่วยงานเจ้าของเรื่องคือ........... เขาว่าไว้ องค์ประกอบของ QI (Quality Infrastructure) ก็คือ
- มาตรวิทยา (Metrology)
- มาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิค (Standards and Technical Regulations)
- การทดสอบ (Testing)
- การประเมินการเป็นไปตามข้อกำหนด (Conformity Assessment)
- การรับรองผลผลิต (Certification) และ
- การรับรองระบบ (Accreditation)
แต่หากพูดอย่างนี้ก็ยังคงเข้าใจกันได้ยากอยู่ดี ผู้เขียนจึงขอพยายามยกตัวอย่างที่เป็นเรื่องใกล้ตัวกันให้เห็นได้ง่ายๆ เช่น หากเรามีมาตรวิทยาเคมีและชีวภาพก็สามารถตรวจสอบสินค้าเกษตรได้ เช่น
- ตรวจการปนเปื้อนของสารเคมีและยาฆ่าแมลง
- ตรวจความบริสุทธิ์ของสายพันธ์ุข้าวหอมมะลิไทย
- ตรวจการปนเปื้อนสิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรม
ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากกับการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทย รวมถึงการนำเข้าและความปลอดภัยของผู้บริโภคด้วย ยิ่งหากประเทศไทยสามารถผลิตสารมาตรฐานอ้างอิงเพื่อรับรองที่จำเป็นในการทดสอบสารตกค้างให้แก่ห้องปฏิบัติการภายในประเทศได้มากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งได้ประโยชน์เท่านั้น
และที่สำคัญคือยังเป็นการลดต้นทุนที่ต้องนำเข้าสารมาตรฐานเหล่านี้ด้วย การที่ไทยตรวจสอบสารตกค้างได้น้อยกว่า 200 ชนิด ในปัจจุบัน เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนการนำเข้าสารมาตรฐานจากต่างประเทศได้ (ในต่างประเทศจะตรวจสารตกค้างได้ประมาณ 500 ชนิด) ท่านผู้อ่านลองคิดดูว่าผู้บริโภคไทยยังมีความเสี่ยงอยู่อีกมากมายแค่ไหน และผู้ส่งออกก็ยังเสี่ยงต่อการที่สินค้าจะถูกห้ามนำเข้า เพราะพบสารเคมีตกค้าง ซึ่งไม่ใช่เราตรวจได้ไม่ดี แต่เป็นเพราะเราไม่มีสารมาตรฐานเพียงพอที่จะตรวจ
นอกจากนี้ ใครจะเป็นผู้รับรองเรื่องเกษตรอินทรีย์ ขณะที่ผู้บริโภคระดับหนึ่งพยายามขวนขวายที่จะรับประทานอาหารที่เป็นเกษตรอินทรีย์ แต่อะไรคือมาตรฐานการวัดและสารมาตรฐานที่จะอ้างอิงรับรองได้ว่าสินค้านั้นเป็นเกษตรอินทรีย์ที่แท้จริง เมื่อไม่กี่วันก่อนผู้เขียนยังได้ฟังข่าวว่า สารตกค้างในพืชผักของไทยที่ตรวจพบตามห้างใหญ่ๆ บางห้าง แม้แต่ส่วนที่มีตรารับรองก็ยังปรากฏว่ามีสารตกค้างสูงกว่ามาตรฐานมาก ผู้ปลูกอาจไม่ได้ตั้งใจหลอกลวง แต่เนื่องจากที่ดินที่ใช้ปลูกมีการใช้สารเคมีมานานและสารนั้นยังไม่หมดไปก็ได้ ประกอบกับหน่วยงานที่ตรวจสอบไม่มีสารมาตรฐานเพียงพอที่จะตรวจพบก็ได้
ขณะที่เรื่องของ QI เป็นเสมือนโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ต้นน้ำ แต่มีใครสักกี่คนที่อยู่ทางปลายน้ำ คือฟากของกระทรวงพาณิชย์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ขาย หรือแม้แต่ผู้บริโภคจะเข้าใจเรื่องนี้บ้าง ส่วนใหญ่พอถูกห้ามนำเข้าสักครั้งหนึ่งก็วิ่งหน้าตั้งแก้กันอยู่ที่ปลายน้ำ
มาตรวัดนี้ไม่ใช่เฉพาะจะเกี่ยวกับสินค้าเกษตรและอาหารเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวไปถึงสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งผู้เขียนได้เคยยกตัวอย่างประกอบรูปภาพไปแล้วในฉบับที่ผ่านมา และยังเกี่ยวพันกับอีกหลายๆ สินค้า ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อการส่งออกของประเทศไทยทั้งสิ้น เช่น เครื่องมือทางการแพทย์ที่ต้องมีการสอบเทียบวัด ยา ตัวอย่างเช่น การเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยพัฒนากระบวนการวัดในขั้นตอนการผลิตและควบคุมคุณภาพ โรงงานต้นแบบ 5 โรงงานสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 30% เป็นต้น
หากย้อนกลับไปดู National Quality Infrastructure กับความสามารถในการแข่งขันของไทยที่ปรากฏปี 2011 จะเห็นว่าไทยนั้นอยู่ต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียนด้วยกัน และยิ่งถ้าดูที่สถานภาพ National Quality Infrastructure กับมูลค่าการส่งออกเมื่อปี ค.ศ. 2011 แล้ว จะเห็นได้ว่าประเทศไทยไม่ปรากฏอยู่ในภาพเลยด้วยซ้ำไป
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าเรื่องของมาตรวัดที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานนี้ เป็นเรื่องที่ฝ่ายที่รับผิดชอบทางด้านเศรษฐกิจการค้าของไทยขาดความเข้าใจ ตระหนัก หรือแม้แต่ละเลยเสียโดยสิ้นเชิงมานานมาก







