
ดูแลราคาสินค้า
ข้อเรียกร้องของ น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ขอให้รัฐบาลพิจารณาปรับเพิ่มค่าแรงจากวันละ 300 บาท เป็นวันละ 360 บาท ถือเป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และผู้บริหารกระทรวงแรงงานจะต้องพิจารณาให้รอบคอบถี่ถ้วน
ข้อเรียกร้องของ น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ขอให้รัฐบาลพิจารณาปรับเพิ่มค่าแรงจากวันละ 300 บาท เป็นวันละ 360 บาท ถือเป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และผู้บริหารกระทรวงแรงงานจะต้องพิจารณาให้รอบคอบถี่ถ้วน
เนื่องจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ในทุกจังหวัดทั่วประเทศที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2555 นั้น ได้สร้างปัญหาให้กับผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ ที่สำคัญยังเป็นการสร้างปัญหาด้านการลงทุนให้กับประเทศอย่างหนัก และจนบัดป่านนี้ผ่านมา 2 ปีเศษ ผู้ประกอบการยังไม่ได้รับการเยียวยาตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้
นอกจากนี้ หากพิจารณาจากเงื่อนไขในการกำหนดนโยบายนั้นได้ผูกติดเป็นพันธะผูกพันไว้ว่า รัฐบาลจะไม่มีการพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีกจนกว่าจะถึงสิ้นปี 2558 เพราะการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทนั้น บางจังหวัดต้องแบกรับต้นทุนค่าแรงเพิ่มขึ้นถึง 80%
แม้ว่าการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท ทุกพื้นที่จะมีข้อดีในแง่ของการสร้างกำลังซื้อ เพิ่มการจับจ่ายใช้สอยและเป็นการเพิ่มปริมาณเงินในระบบ จนทำให้รัฐบาลสามารถเก็บภาษีซื้อได้เพิ่มขึ้น แต่ผลเสียที่ตามมาในระยะ 2 ปีเศษ คือต้นทุนรายจ่ายของผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้แรงงานเข้มข้นมีภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างมากจนบัดนี้ผู้ประกอบการหลายรายยังโงหัวไม่ขึ้น จนทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง เพราะค่าแรงในประเทศแพงกว่าคู่แข่ง
นอกจากนี้ นโยบายการขึ้นค่าแรงได้ส่งผลกระทบไปถึงค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นจากราคาสินค้าที่สูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เพราะรัฐบาลไม่สามารถเข้าไปกำกับดูแลผู้ประกอบการไม่ให้ผลักดันต้นทุนที่เกิดขึ้นไปยังผู้บริโภคได้แม้แต่อย่างเดียว
การกำหนดนโยบายของรัฐบาลในทางใดทางหนึ่งจึงส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มาถึงปัจจุบัน หากรัฐบาลเดินตามข้อเสนอของ คสรท.อีกครั้งจะเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการทั้งประเทศที่ปัจจจุบันอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา และจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในประเทศใน
ทางอ้อม
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ นำผลการศึกษาของการดำเนินนโยบายรายได้ ค่าแรง 300 บาท และการขึ้นเงินเดือนข้าราชการไม่น้อยกว่า 15,000 บาท มาศึกษา และควรพิจารณาการกำหนดค่าแรงให้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ เพราะค่าแรงที่เท่ากันทุกพื้นที่นั้นเป็นการขัดขวางการกระจายตัวของการลงทุนภาคเอกชน
นอกจากนี้ ต้องพิจารณาหามาตรการมากำกับดูแลราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงให้ได้ มิเช่นนั้นต่อให้ขึ้นค่าแรงมาเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถเยียวยาค่าครองชีพประชาชนที่ปรับเพิ่มขึ้นได้







