
ยกเลิกกฎอัยการศึกงัดม.44คุมเบ็ดเสร็จ
ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกแล้วใช้คำสั่ง คสช.ตามมาตรา 44 ของ รธน.ฉบับชั่วคราวคุมสถานการณ์
ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกแล้วใช้คำสั่ง คสช.ตามมาตรา 44 ของ รธน.ฉบับชั่วคราวคุมสถานการณ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้เลิกใช้กฎอัยการศึกแล้ว เมื่อค่ำวันที่ 1 เม.ย.และได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)มาบังคับใช้แทนโดยอาศัยมาตรา44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวโดยมีเนื้อหาให้ป้องกันและปราบปราบการกระทำความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาทและผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
นอกจากนี้ให้รวมถึงความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน ตลอดจนการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.สำหรับผู้ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.
ต้องระวางโทษไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ส่วนผู้ใดมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง 5คนขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ส่วนผู้ที่กระทำความผิดฐานมั่วสุมทางการเมืองถ้าสมัครใจเข้าอบรมไม่เกิน 7 วัน และเจ้าหน้าที่ปล่อยตัวให้ถือว่าคดีเลิกกัน และไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย กล่าวว่า เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ยกเลิกกฎอัยการศึกแล้วอาจต้องมีการแถลงต่อสาธารณชนเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเพราะบางเรื่องเป็นเรื่องเทคนิค และเห็นใจที่มีคนตีตนไปก่อนไข้ เพราะอ่านมาตรา 44 แต่ไม่ได้อ่านคำสั่งที่ออกจากมาตรา 44 จึงทำให้รู้สึกว่าน่ากลัว ส่วนที่ไม่ใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพราะแก้ปัญหาบางอย่างไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องการมาตรการอื่นที่จะแก้ปัญหาบางอย่างโดยไม่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพและให้สิทธิเสรีภาพที่กฎหมาย 2 ฉบับไม่มี จึงต้องหยิบมาตรา 44ขึ้นมา เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการ คสช.กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีผู้ไม่ปรารถนาดีก่อความไม่สงบขึ้น จึงยังจำเป็นต้องมีกฎหมายพิเศษ เพราะกฎหมายปกติอาจไม่ทันต่อเหตุการณ์ ถือเป็นความจำเป็นที่ต้องใช้ ดังนั้นอย่าไปกังวลในสิ่งต่างๆ มากนักนายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ท่าทีของนานาชาติต่อการประกาศใช้มาตรา44 ตามรัฐธรรมนูญ จะเป็นลบมากกว่าการประกาศใช้กฎอัยการศึก เนื่องจากมาตราดังกล่าวให้อำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี อยู่เหนือ 3 อำนาจหลัก ทั้งบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ
ทั้งนี้ ถือเป็นกฎหมายที่อันตรายมาก และการคงอำนาจของศาลทหารในการพิจารณาคดี ยังทำให้องค์กรสิทธิมนุษยชนกังวลว่าการตัดสินคดีที่พลเรือนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จะไม่มีความเป็นธรรมเพราะตุลาการศาลทหารถือเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา รมว.กลาโหม







