
เตือนภัยศก.เข้าสู่ภาวะเงินฟุบ
“ศุภชัย” ระบุเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะ “เงินฟุบ” อัดฉีดคิวอีเท่าไหร่ก็ช่วยไม่ได้ เงินเฟ้อมี.ค. ติดลบสูงสุดรอบ 5 ปีครึ่ง
“ศุภชัย” ระบุเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะ “เงินฟุบ” อัดฉีดคิวอีเท่าไหร่ก็ช่วยไม่ได้ เงินเฟ้อมี.ค. ติดลบสูงสุดรอบ 5 ปีครึ่ง
นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันยังคงอยู่ในภาวะตกต่ำต่อเนื่อง แม้ประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น ดำเนินมาตรการการอัดฉีดเงินเข้าระบบ (คิวอี) แต่ก็ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ เศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ยแค่ 2.5–3% ต่อเนื่องมาหลายปี และเป็นการขับเคลื่อนจากประเทศในเอเชียเป็นหลัก คือ จีน อินเดีย และประเทศกำลังพัฒนาที่โตปีละ 5–6%
“สภาวะที่โลกเผชิญอยู่เราเรียกว่า ภาวะเงินฟุบ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์รู้ดีว่าเป็นปัญหาที่ร้ายแรงกว่าเรื่องเงินฝืด เพราะเงินฟุบหรืออัตราเงินเฟ้อที่ติดลบเรื่อยๆ ส่งผลให้การใช้จ่ายของคนลดลง เพราะทุกคนมองว่าในอนาคตราคาสินค้าจะลดลงเรื่อยๆ จึงยังไม่ตัดสินใจซื้อในปัจจุบัน ภาวะแบบนี้สะท้อนให้เห็นว่าที่อัดฉีดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจแทบตาย สุดท้ายส่งผลต่อเศรษฐกิจน้อยมาก แถมยังทำให้เกิดสงครามค่าเงินตามมา” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวว่า โจทย์ในการแก้ไขเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ก็คือ จะทำอย่างไรให้เกิดการลงทุนในภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ซึ่งถ้าภาคเอกชนบอกว่ามีปัญหาติดขัดก็ต้องสะท้อนให้รัฐบาลทราบปัญหาที่แท้จริง เพื่อร่วมมือในการแก้ปัญหา
นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน มี.ค. ลดลง 0.57% เทียบกับเดือน มี.ค. 2557 ซึ่งเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบปีนี้ และยังติดลบสูงสุดในรอบ 5 ปี 6 เดือน ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 3 เดือน ลดลง 0.50%
อย่างไรก็ตาม เมื่อแยกเป็นรายการสินค้า 450 รายการที่คำนวณในอัตราเงินเฟ้อ พบว่ามีสินค้าราคาสูงขึ้น 149 รายการ คิดเป็นสัดส่วน 33.11% ส่วนใหญ่อยู่ในหมวดบริการ เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าทำผม ค่ายา ค่าเจาะเลือด สินค้าที่ราคาลดลง 92 รายการ คิดเป็นสัดส่วน 20.44% และสินค้าที่ราคาคงที่ 209 รายการ
สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 2 ยังลดลงต่อเนื่อง คาดว่าจะติดลบ 0.5-0.7% หลังจากนั้นเชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อน่าจะทยอยสูงขึ้น แต่ขอยืนยันว่าไม่ใช่ภาวะเงินฝืด
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงต่อกรณีเงินเฟ้อที่ลดลง 0.57% เนื่องจากเป็นผลจากการลดลงของราคาน้ำมัน แต่ที่รู้สึกกังวลมาก คือ เรื่องของปริมาณการค้าระหว่างประเทศที่ลดลงมากกว่าจีดีพีโลก







