posttoday
สปช.จ่อชงปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต่อครม.

สปช.จ่อชงปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต่อครม.

31 มีนาคม 2558

สปช. เตรียมส่งรายงานคณะรัฐมนตรี ชงปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ หนุนรัฐบาลทบทวนความจำเป็นของรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง

สปช. เตรียมส่งรายงานคณะรัฐมนตรี ชงปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ หนุนรัฐบาลทบทวนความจำเป็นของรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณารายงานความคืบหน้าของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในวาระที่ 9 เรื่องแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจ โดยนายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กมธ.ฯ กล่าวต่อที่ประชุม สปช. ว่า  ปัญหาสำคัญของรัฐวิสาหกิจ คือ การปฏิบัติงานทับซ้อน ผลประกอบการขาดทุน เพราะต้องปฏิบัติตามภารกิจของรัฐบาลและการบริหารงานที่ขาดประสิทธิภาพ อีกทั้งยังขาดการจำแนกหน้าที่ของรัฐวิสาหกิจอย่างชัดเจน เช่น รัฐวิสาหกิจที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว ควรมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยว ไม่ใช่การมุ่งหารายได้ นอกจากนั้นจะรัฐบาลจะต้องทบทวนว่าควรคงไว้ซึ่งรัฐวิสาหกิจบางองค์กรหรือไม่ หรือควรแปลงสภาพองค์กรให้เป็นแบบอื่น

ทั้งนี้มีแนวทางปฏิรูป 3 แนวทาง คือ 1. กำหนดบทบาทของรัฐวิสาหกิจให้ชัดเจน ระหว่างองค์กรที่กำหนดนโยบาย (Policy Maker) และผู้กำกับดูแล(Regulator) เจ้าของ (Owner) และผู้ให้บริการ (Servicer) ซึ่งขณะนี้เกิดความสับสนในหน้าที่ดังกล่าว เช่น องค์กรที่กำหนดนโยบายทำหน้าที่ให้บริการเสียเอง หรือกรรมการในองค์กรกำกับดูแล ไปเป็นกรรมการในองค์กรใต้กำกับดูแลเสียเอง เป็นต้น 2. องค์กรที่เป็นเจ้าของรัฐวิสาหกิจ เสนอให้จัดตั้งหน่วยงานที่เป็นเจ้าของรัฐวิสาหกิจแทน ในลักษณะองค์กรที่รัฐเข้าไปถือหุ้น (Holding Company) หรือองค์กรอิสระ และ 3. รัฐบาลสามารถใช้รัฐวิสาหกิจในการดำเนินงานเป็นกรณีพิเศษตามนโยบายของรัฐบาลได้ โดยแยกบัญชีของการดำเนินงานนโยบายของรัฐออกต่างหาก โดยตั้งเป็น "บัญชีบริการสาธารณะ" (Public Service Account : PSA)

อย่างไรก็ตามนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กมธฯ สรุปข้อเสนอของ กมธ.ฯ ต่อรัฐบาล ว่า ข้อเสนอในการปฏิรูปต่อรัฐบาล คือ 1. รัฐบาลควรทบทวนบทบาทและความจำเป็นของรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง และหาแนวทางจัดการกับรัฐวิสาหกิจที่มี่ความจำเป็นต้องคงสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ 2. รัฐบาลควรปรับโครงสร้างกำกับดูแลระบบการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจ โดยแยกบทบาทของผู้กำหนดนโยบาย ผู้กำกับดูแล เจ้าของ และผู้รับนโยบาย แยกออกจากกันอย่างชัดเจน และ 3. ออกกฎหมายรองรับพันธกิจต่างๆ ที่กำหนดให้ปฏิรูป

สำหรับการอภิปรายของสมาชิก สปช. มีสาระสำคัญดังนี้ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า รัฐวิสาหกิจจำแนกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. รัฐวิสาหกิจเชิงสังคม และ 2. รัฐวิสาหกิจเชิงพาณิชย์ ซึ่งรัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทั้งนี้ปัญหาสำคัญเกิดจากการขาดประสิทธิภาพในการบริหารงาน เพราะผู้บริหารส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ จึงนำระบบแบบแผนในการบริหารงานแบบข้าราชการมาใช้ นอกจากนั้นยังถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองในการแต่งตั้งประธานหรือคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจ พิจารณาจากการเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารตามการเปลี่ยนรัฐบาล

"เสนอให้ปรับโครงสร้างการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจ โดยจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ จำนวนกึ่งหนึ่งของคณะผู้บริหาร เข้ามาบริหารอย่างมืออาชีพ ทำงานเต็มเวลา ส่วนอีกกึ่งหนึ่งให้มาจากข้าราชการ ซึ่งคณะกรรมการจะต้องมาจากผู้บริหาร 2 กลุ่ม ไม่ใช่มาจากนักการเมือง นอกจากนั้นควรให้มีการสรรหาซีอีโอคล้ายกับการสรรหาผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพ"นายสมบัติ กล่าว  

นางสารี อ๋องสมหวัง กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอของ กมธ.ฯ ให้จำแนกประเภทรัฐวิสาหกิจอย่างเร่งด่วน รวมถึงทบทวนความจำเป็นคงอยู่รัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ควรปฏิรูปรัฐวิสาหกิจให้เกิดประสิทธิภาพ เช่น องค์การเภสัชกรรม สามารถผลิตยาเกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็งและโรคหัวใจในราคา 70 บาท จากราคา 180 บาท ส่งผลให้ต้นทุนของยาลดลงอย่างมาก ฯลฯ นอกจากนั้นควรลดการแทรกแซงรัฐวิสาหกิจจากฝ่ายกาเมือง การส่งเสริมให้เกิดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป เช่น กรณี ปตท. ที่ปัจจุบันมีมูลค่าสูงสุดกว่า 2.8 ล้านล้านบาท แต่ประเทศกลับได้ประโยชน์น้อย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ กล่าวว่า เสนอให้ กมธฯ ส่งความเห็นไปยังรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ยกเลิกคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจทุกชุด  แล้วเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ จากบุคคลที่มีความรู้ความสามมารถและมีความโปร่งใส เพราะที่ผ่านมาในรัฐวิสาหกิจมีข้อครหาว่าเกิดการทุจริต

จากนั้นที่ประชุม สปช. มีมติเห็นด้วยกับรายงานของ กมธ. ฯ และความเห็นข้อเสนอแนะของสมาชิกด้วยคะแนน 189  ไม่เห็นด้วย 3 งดออกเสียง 6  ดังนั้นเท่ากับว่า สปช. จะต้องส่งข้อเสนอของ กมธ.ฯ ไปยังคณะรัฐมนตรีต่อไป 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI