posttoday
จากปฏิรูปการเมือง  2540 ถึงปฏิรูปประเทศไทย 2553

จากปฏิรูปการเมือง 2540 ถึงปฏิรูปประเทศไทย 2553

22 มิถุนายน 2553

...นายศาสตรา

แม้การปฏิรูปการเมืองเมื่อปี 2540 จะเป็นภารกิจที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ คือ ไม่สามารถปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยที่มีทั้งคุณภาพ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลได้ ตรงกันข้ามกลับทำให้ระบอบประชาธิปไตยของประเทศ โดยเฉพาะในส่วนการเมืองของนักการเมืองถอยหลังเป็น “ประชาธิปไตยสามานย์” มากยิ่งขึ้น แต่การปฏิรูปการเมืองเมื่อปี 2540 ก็สามารถเป็นบทเรียนให้แก่การปฏิรูปประเทศไทยในปี 2553 นี้ได้หลายประการ

บทเรียนที่หนึ่ง การปฏิรูปการเมืองปี 2540 เป็นการขับเคลื่อนของภาคนักวิชาการและภาคประชาชนโดยแท้ เพราะแม้จะเริ่มต้นจากการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย โดยนายมารุต บุนนาค ประธานรัฐสภา เพื่อเป้าหมายในการปลดชนวนทางการเมืองจากการประกาศอดข้าวจนตายของ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร เท่านั้น แต่ได้พัฒนามาเป็นการปฏิรูปการเมือง เพราะประธานคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย คือ ศ.นพ.ประเวศ วะสี มองเห็น “หน้าต่างแห่งโอกาส” ที่จะใช้กลไกของคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตยขับเคลื่อนและพัฒนาเป็นการปฏิรูปการเมืองจนสำเร็จโดยใช้เวลา 3 ปี

การประกาศปฏิรูปประเทศไทยครั้งนี้น่าเชื่อว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีความตั้งใจจริงที่จะให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทยอย่างแท้จริง ครั้งนี้จึงควรเป็นโอกาสของประเทศและประชาชนคนไทยมากยิ่งกว่าการปฏิรูปการเมืองเมื่อปี 2540

บทเรียนที่สอง การปฏิรูปเมื่อปี 2540 มุ่งเฉพาะการปฏิรูปการเมือง ด้วยความเชื่อว่าจะเป็นจุดคานงัดสำคัญให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทย เหมือนรัฐธรรมนูญของสหรัฐซึ่งสามารถสร้างความยิ่งใหญ่เกรียงไกรได้ แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมาเพียง 13 ปี ได้พิสูจน์แล้วว่าปัญหาของประเทศไทยมีความซับซ้อนและจุดเปราะบางมากมาย ลำพังการปฏิรูปการเมืองด้วยกลไกรัฐธรรมนูญไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศไทยได้

ทิศทางการปฏิรูปประเทศไทยครั้งนี้จึงมุ่งปฏิรูปในทุกองคาพยพสำคัญของประเทศ เพื่อให้เกิดจุดคานงัดที่สำคัญในหลายๆ จุด จากจุดตั้งต้นที่ 10 เรื่อง ขณะนี้ได้ขยายเพิ่มเป็นเกือบ 30 เรื่องแล้ว ทิศทางดังกล่าวย่อมเพิ่มหลักประกันของความสำเร็จได้มากกว่าการพุ่งไปที่จุดเดียวหรือเรื่องเดียว และน่าจะเป็นโอกาสในการระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนได้อย่างกว้างขวางด้วย

บทเรียนที่สาม การปฏิรูปเมื่อปี 2540 นักการเมืองซึ่งเป็นผู้ประกาศนโยบายปฏิรูปการเมืองในระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อชนะเลือกตั้งและได้เป็นผู้นำประเทศแล้วได้พยายามเข้ามาครอบงำการปฏิรูปการเมือง

การปฏิรูปประเทศไทยครั้งนี้รัฐบาลก็ได้เลือก นพ.ประเวศ วะสี และนายอานันท์ มาเป็นผู้นำตามข้อเสนอของภาคประชาชน จึงนับเป็นการเริ่มต้นที่ดี รัฐบาลจะต้องพยายามอย่างเต็มที่ ใช้โอกาสนี้ในการผลักดันและสนับสนุนให้เกิดการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง จะต้องระมัดระวังไม่เข้าไปครอบงำขบวนการปฏิรูปโดยเด็ดขาด และจะต้องไม่มีการฉวยโอกาสหาประโยชน์หรือหาเสียงจากงานนี้ด้วย

บทเรียนที่สี่ การปฏิรูปการเมืองเมื่อปี 2540 มีผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน คือ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ซึ่งเป็นการยกร่างใหม่ทั้งฉบับอย่างเป็นระบบ มีการวิเคราะห์ปัญหาของประเทศ มีการกำหนดเป้าหมายของรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน มุ่งให้กลไกหลักทั้งสาม คือ รัฐบาล รัฐสภา และตุลาการ มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดหลายประการ เช่น มีองค์การอิสระเกิดขึ้นจำนวนมาก มีระบบศาลคู่ มีสมัยประชุมนิติบัญญัติ มีการลดขนาดของคณะรัฐมนตรี และมีสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นต้น โดยมีผลการศึกษาวิจัยจำนวนมากเป็นฐานความรู้

ฉะนั้น การปฏิรูปประเทศไทยในแต่ละด้านคราวนี้จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมที่มุ่งแก้ปัญหาถึงขั้นรากฐาน เข้าขั้นเป็นการปฏิรูปที่แท้จริง ไม่เป็นการปฏิรูปเพียงฉาบฉวยเท่านั้น

บทเรียนที่ห้า ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการปฏิรูปเมื่อปี 2540 ใช้ยุทธศาสตร์ประสานสามพลัง หรือที่ นพ.ประเวศ เรียกว่ายุทธศาสตร์สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ประกอบด้วย 1) ยุทธศาสตร์ในการสร้างฐานความรู้ 2) ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนทางนโยบาย และ 3) ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสังคม การปฏิรูปประเทศไทยครั้งนี้มีแรงผลักดันทางนโยบายและสังคมสูง เพราะการชุมนุมที่ราชประสงค์ที่จบลงด้วยความรุนแรงโดยการเผาทำลายสถานที่ทั้งของทางราชการและเอกชนจำนวนมาก และวาทกรรมของการชุมนุมที่ชูประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทำให้รัฐบาลและประชาชนจำนวนมากตระหนักว่าจะต้องมีการปฏิรูปประเทศไทยถึงขั้นรากฐาน เพื่อปรับปรุงกลไกและองคาพยพต่างๆ ของประเทศให้เกิดการลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างชัดเจน จึงจะสามารถเกิดความปรองดองอย่างแท้จริงขึ้นได้

จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษากระแสความต้องการปฏิรูปประเทศไทยให้ดำรงอยู่ยาวนานพอ โดยจะต้องมีกลไกการสร้างและจัดการความรู้เพื่อให้เกิดข้อเสนอที่ชัดเจน แก้ปัญหาอย่างตรงจุดได้จริง โดยรัฐบาลมีหน้าที่ต้องสนับสนุนให้เกิดกฎหมาย หรือนโยบาย หรืองบประมาณ หรือกลไกอื่นๆ เพื่อการแก้ปัญหาอย่างแท้จริงต่อไป

ทราบว่า นพ.ประเวศ โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ได้สร้างกลไกขับเคลื่อนเรื่องความรู้ เพื่อหาคำตอบให้แก่ปัญหาสำคัญของประเทศ โดยผนึกกำลังผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากขับเคลื่อนเรื่องนี้มาเป็นเวลาปีเศษแล้ว

ข้อสำคัญ การปฏิรูปประเทศไทยคราวนี้ต้องมุ่งแก้ปัญหาของประเทศให้ได้อย่างแท้จริง จะต้องไม่ให้เป็นเพียงการมุ่งปรองดองเพื่อกลบเกลื่อนปัญหาโดยเด็ดขาด

ปัญหาที่น่าห่วงใยขณะนี้ก็คือ รัฐบาลนี้จะขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยไปได้สักกี่วัน เพราะปรับ ครม.คราวนี้รัฐบาลเหลือเสียงในสภาปริ่มน้ำเต็มที

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน