
จับตาสถาปนิก-วิศวกร รอโอกาสก่อนขึ้นทะเบียนอาเซียน
7 วิชาชีพและอีกหนึ่งกลุ่มวิชาชีพที่อาเซียนประกาศจะเปิดเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีได้ในปลายปี 2558 นี้
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
7 วิชาชีพและอีกหนึ่งกลุ่มวิชาชีพที่อาเซียนประกาศจะเปิดเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีได้ในปลายปี 2558 นี้ กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายที่เหลือเพียง 9 เดือน หน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละวิชาชีพ จึงต้องเร่งขับเคลื่อนโอกาสและความพร้อมของแรงงานไทยในตลาดดังกล่าว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาชีพที่ต้องขึ้นทะเบียน “ระดับอาเซียน” ก่อน จึงจะสามารถยื่นเข้าไปทำงานในประเทศอื่นได้ ทั้งสถาปนิก วิศวกร นักบัญชี และกลุ่มท่องเที่ยว ยิ่งต้องเร่งมือให้บุคลากรพร้อมก่อนวิชาชีพที่เหลือ
สำหรับวิชาชีพแรกที่เปิดให้ขึ้นทะเบียน คือวิชาชีพสถาปนิก ดวงฤทธิ์ บุนนาค อดีตประธานอนุกรรมการด้านการต่างประเทศ สภาสถาปนิก เปิดเผยว่า หลังจากสภาเปิดให้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนยื่นขึ้นทะเบียนเป็น “สถาปนิกอาเซียน” ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2557 ปัจจุบันมีผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนยังไม่ถึง 100 คน จากเป้าหมายเดิมที่ต้องการให้มีผู้ขึ้นทะเบียน 400 คน ภายในสิ้นปี 2558
ทั้งนี้ ผู้จะขึ้นทะเบียนได้ต้องถือใบอนุญาตระดับสามัญสถาปนิกและวุฒิสถาปนิก รวมถึงมีคุณสมบัติอื่นๆ ครบถ้วน โดยปัจจุบันไทยมีสามัญสถาปนิกและวุฒิสถาปนิกประมาณ 2,600 คน ล่าสุดสภาเพิ่งแต่งตั้งคณะกรรมการสภาชุดใหม่ดำรงตำแหน่ง คาดว่าจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านการต่างประเทศชุดใหม่เข้ามาดูแลหลังจากนี้
ขณะที่วิชาชีพต่อมาซึ่งเปิดให้ขึ้นทะเบียนระดับอาเซียนแล้วเช่นกัน คือ วิชาชีพวิศวกร การุญ จันทรางศุ อุปนายกสภาวิศวกร บอกว่า ปัจจุบันสภาอยู่ระหว่างรอยื่นเรื่องส่งให้คณะกรรมการระดับอาเซียนพิจารณาวิศวกรไทยจำนวนกว่า 30 คน ที่ยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็น “วิศวกรอาเซียน” ภายในเดือน เม.ย.นี้ เนื่องจากต้องรอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนวิศวกรอาเซียนประกาศลงราชกิจจานุเบกษาก่อน
“ตัวเลข 30 คน ยังถือว่าไม่สูงนัก เนื่องจากข้อมูลการขึ้นทะเบียนวิศวกรอาเซียนของทุกประเทศเมื่อช่วงต้นปีอยู่ที่กว่า 900 คนแล้ว”
ทั้งนี้ เชื่อว่าวิศวกรส่วนหนึ่งกำลังอยู่ระหว่างการรอดูทิศทางการขึ้นทะเบียนวิศวกรวิชาชีพต่างด้าวจดทะเบียน (RFPE) ของประเทศต่างๆ ว่าจะให้สิทธิประโยชน์แก่วิศวกรต่างด้าวมากน้อยเพียงใด เช่น การอำนวยความสะดวกในการออกใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) หากไม่จูงใจก็อาจทำงานในไทยต่อไป อย่างไรก็ดี วิศวกรไทยถือว่ามีทักษะพร้อม
ล่าสุด สภาได้ว่าจ้างศูนย์บริการวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาโอกาสของวิศวกรไทยบุกตลาดประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี โดยจะมีคณะทำงานทั้งด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านพลังงาน เพื่อช่วยทั้งบริษัทไทยและวิศวกรไทยให้เข้าไปลงทุนในซีแอลเอ็มวีได้ง่ายขึ้น คาดว่าจะศึกษาเสร็จสิ้นภายใน 4-5 เดือนนี้
ขณะที่วิชาชีพบัญชีนั้น ไทยและอาเซียนเพิ่งบรรลุข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ (เอ็มอาร์เอ) ด้านบริการวิชาชีพบัญชีเมื่อเดือน ส.ค. 2557 การขึ้นทะเบียนระดับอาเซียนจึงอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยผู้ที่สามารถเคลื่อนย้ายครั้งนี้ ไม่รวมกลุ่มผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ด้านกลุ่มวิชาชีพท่องเที่ยว 6 แผนก รวม 32 อาชีพ ยังอยู่ระหว่างการส่งบุคลากรไทยเข้าร่วมโครงการ Master of Trainer และ Master of Assesor ของอาเซียนในบางแผนก เพื่อกลับมาฝึกอบรมให้ได้ สมรรถนะตามที่อาเซียนกำหนด และทดสอบบุคลากรนั้นๆ เพื่อยื่นขึ้นทะเบียนจากในประเทศตัวเอง แผนกที่เริ่มมีผู้ฝึกแล้ว ได้แก่ แผนกแม่บ้าน โดย อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ยืนยันว่าบุคลากรไทยมีทักษะและจิตใจรักบริการไม่แพ้ประเทศในอาเซียน แต่ยังอาจติดปัญหาเรื่องทักษะภาษา
สำหรับวิชาชีพแพทย์ พยาบาล และทันตแพทย์นั้น เพียงมีคุณสมบัติครบก็สามารถยื่นสอบและทำตามกฎระเบียบของประเทศปลายทางได้ สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา บอกว่า แพทย์ไทยส่วนใหญ่มีทักษะดี แต่ไม่อยากออกไปทำงานต่างประเทศ เนื่องจากค่าตอบแทนในประเทศอื่นไม่จูงใจ ขณะที่ประเทศที่จูงใจ เช่น สิงคโปร์ ก็ไม่มีตำแหน่งงานว่าง
ในทางตรงกันข้าม แพทย์จากประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีสนใจมาทำงานในไทยมาก แพทยสภาจะหาวิธีให้เขาเข้ามาเฉพาะส่วนหรือตำแหน่งที่ไทยต้องการ รวมถึงจะปรับแก้เกณฑ์การพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง (พวต.) ให้แพทย์ไทย รวมถึงแพทย์อาเซียนที่จะได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแบบถาวรต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี ยังมีหนึ่งวิชาชีพที่อาจไม่เห็นเปิดเสรี หลังปลายปีนี้ วิชา จิวาลัย ประธานสมาพันธ์การสำรวจและแผนที่อาเซียน กล่าวว่า วิชาชีพนักสำรวจในอาเซียนขณะนี้ ยังไม่สามารถจัดทำเอ็มอาร์เอได้ เหมือน 6 วิชาชีพ และหนึ่งกลุ่มวิชาชีพ เนื่องจากอาชีพนักสำรวจในแต่ละประเทศของอาเซียนยังมีลักษณะแตกต่างกันมาก ขณะนี้อาเซียนอยู่ระหว่างจัดจ้างออสเตรเลียให้ศึกษาความเป็นไปได้จริงของการเคลื่อนย้ายเสรี
การเคลื่อนย้ายแรงงานหลังเปิดประชาคมอาเซียนในปลายปี 2558 นอกจากจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของแต่ละประเทศแล้ว โอกาสและผลตอบแทนก็เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของแรงงานว่าจะอยู่หรือจะไป







