posttoday
รธน.ฉบับปรองดอง ตั้งรัฐบาลสมานฉันท์

รธน.ฉบับปรองดอง ตั้งรัฐบาลสมานฉันท์

28 มีนาคม 2558

เราจะไม่ให้ประเทศไทยกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ใช่เอาเผด็จการมาแทน ด้านหนึ่งเอาประชาชนเข้าไปมีบทบาทการเมืองโดยตรง

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ และประธานคณะอนุ กมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญด้านการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ได้เดินทางมากองบรรณาธิการ นสพ.บางกอกโพสต์และโพสต์ทูเดย์ เพื่ออธิบายเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในอนาคต ดังนี้

เอนก บอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ จำนวน 15 คน มาทำหน้าที่ขับเคลื่อนการปรองดอง แต่แท้จริงแล้วร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้วางกลไกแบบบังคับให้เกิดเป็นรัฐบาลผสม เพื่อทำให้การปรองดองสามารถดำเนินไปได้

“รัฐธรรมนูญทั้งฉบับต่างหากที่เป็นเรื่องของการปรองดอง เริ่มจากการปรองดองระหว่างพรรคที่เป็นคู่ขัดแย้งอย่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่ได้มีความหมายว่าแค่จับมือหอมแก้มกันแค่นั้น แต่ต้องให้อยู่ด้วยกันอย่างเพื่อนร่วมงาน ขณะที่บทบาทของประชาชนต่อไปนี้ไม่ต้องลงไปเดินขบวนก็ได้ สามารถเข้าร่วมมีบทบาททางการเมืองอย่างมาก ผ่านสมัชชาพลเมือง สภาตรวจสอบภาคประชาชน สมัชชาคุณธรรม เป็นต้น การเข้าชื่อเสนอกฎหมายก็ทำได้ง่ายขึ้นแค่ 1 หมื่นคน แล้วยังถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้”เอนก ระบุ

เอนก อธิบายอีกว่า แม้แต่ที่มาของวุฒิสภาก็เป็นการปรองดองระหว่างกลุ่มผู้เลือก สส.กับกลุ่มผู้เลือก สว. โดยผู้เลือก สส.เป็นประชาชนในเขตเลือกตั้ง ส่วนผู้เลือก สว.จะผ่านการเลือกทางอ้อมทั้งจากสภาท้องถิ่นและสมัชชาพลเมืองเลือก  เพื่อให้ได้ สว.ที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างจาก สส.

“เราจะไม่ให้ประเทศไทยกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ใช่เอาเผด็จการมาแทน ด้านหนึ่งเอาประชาชนเข้าไปมีบทบาทการเมืองโดยตรง อีกด้านออกแบบทำให้ยากที่จะมีพรรคใหญ่พรรคเดียวเด็ดขาด หรือมี สส.ใกล้เคียงหรือเกินครึ่งของสภา มากที่สุดจะได้เพียง 30-40% ของทั้งประเทศ ให้ตรงกับความนิยมจริง”เอนก ระบุ

ทั้งนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องให้เป็นรัฐบาลผสม และจะออกแบบต่อไปให้ทุกพรรค กลุ่ม สี เข้าไปร่วมอยู่ในรัฐบาลเดียวกันให้มากที่สุด เพราะหากปล่อยให้มีพรรคใหญ่พรรคเดียวเป็นรัฐบาล การเมืองก็จะกลับมาขัดแย้งแบบเดิม

“เรายังไม่ได้ตัดสินใจชัดเจนว่าจะต้องหาวิธีเขียนให้พรรคใหญ่สองพรรคตั้งรัฐบาลร่วมกัน และยังไม่อาจสรุปว่านั่นเป็นเป้าหมาย เพียงแต่ให้เป็นรัฐบาลผสม ต่างไปจากความเคยชินของคนไทยที่เป็นแบบแองโกแซกซอน คือมีพรรคใหญ่เป็นรัฐบาล พรรคใหญ่อีกพรรคเป็นฝ่ายค้านแล้วผลัดกันเป็นรัฐบาล อาจจะต้องหันไปดูสแกนดิเนเวีย เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ที่เป็นรัฐบาลผสม”เอนก กล่าว

กมธ.ยกร่างฯ ผู้นี้ ยืนยันว่า ถึงจะเป็นรัฐบาลผสมแต่ภายใต้รัฐธรรมนูญนี้รัฐบาลล้มไม่ง่าย เว้นแต่นายกฯ ทำผิดทุจริตประพฤติมิชอบ แต่แบบที่รัฐบาลจะล้มด้วยสภา หรือโดยพรรคร่วมรัฐบาลมันไม่ง่าย เพราะมีวิธีทำให้การชนะโหวตไม่ไว้วางใจต้องยุบสภาตามไปด้วย

“เราตั้งใจที่จะไม่ให้ใช้วิธีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เพราะเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ดี ทำแบบก่อกวนรายปี เล่นละครกันไป แต่ให้หันไปใช้วิธีการถอดถอนด้วยปัญหาการทุจริต หรือการทำผิดจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งเป็นเรื่องจริงจังและเป็นหลักวิชาการมากขึ้น และให้รัฐบาลอยู่กันอย่างรอมชอมยิ่งขึ้น”

เอนก กล่าวถึงกระบวนการปรองดองอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจากรัฐธรรมนูญว่า จะการเยียวยา ดูแล อภัยโทษ แม้กระทั่งการนิรโทษ ก็ต้องมีตามไป

“การปรองดองมีหน้าต่างแห่งโอกาส เปิดแล้วต้องไป ไปไม่ถึงก็ต้องคว้า เจ็บตัวก็ต้องยอม คนจะถูกด่ามีเยอะ ภายใน 5 ปีนี้ คงสามารถอภัยโทษกันได้หลังจากสอบถามข้อเท็จจริง เคยทำมาเยอะแล้ว ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะไม่ต้องไปพิสูจน์ความผิดกันอีกแล้ว”

นอกจากนี้ เอนกเรียกร้องให้รัฐบาลปัจจุบันควรจะเริ่มสร้างบรรยากาศของการปรองดอง ซึ่งไม่ใช่การลดหย่อนการดำเนินคดี แต่ควรเป็นตัวกลางเชิญสองฝ่ายคุยกัน ทำอย่างไรเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้เห็นอนาคตของประเทศ เตรียมตัวเตรียมใจร่วมทำงานมากขึ้น อภัยโทษควรทำสำหรับคนที่รับโทษไปแล้วโดยใช้โอกาสที่เป็นปีมหามงคล

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน