posttoday
กรมประมงปิดอ่าวอันดามันฤดูวางไข่ปี58

กรมประมงปิดอ่าวอันดามันฤดูวางไข่ปี58

27 มีนาคม 2558

กรมประมงประกาศปิดอ่าวทะเลอันดามันประจำปี58ฤดูสัตว์น้ำวางไข่ระหว่าง 1 เมษายน – 30 มิถุนายน

กรมประมงประกาศปิดอ่าวทะเลอันดามันประจำปี58ฤดูสัตว์น้ำวางไข่ระหว่าง 1 เมษายน – 30 มิถุนายน

นายจุมพล  สงวนสิน  อธิบดีกรมประมง  เปิดเผยว่า กรมประมงเตรียมประกาศปิดอ่าวทะเลฝั่งอันดามัน  ครอบคลุมพื้นที่ ประมาณ 4, 696 ตารางกิโลเมตร ใน 4 จังหวัด ได้แก่ พื้นที่บางส่วนของจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่  และตรัง  ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.   – 30 มิ.ย.  ของทุกปี  เพื่อเปิดโอกาสให้สัตว์น้ำได้วางไข่ ขยายพันธุ์เจริญเติบโตใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า  และทำประมงอย่างยั่งยืน ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2528 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 30 ปี

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา ผลจากการสำรวจสภาวะทรัพยากรบริเวณเขตปิดอ่าวฯ ด้วยเรือสำรวจประมง พบว่า ในช่วงระหว่างมาตรการฯ มีอัตราการจับสัตว์น้ำเฉลี่ยสูงถึง 699  กก./ชม. ซึ่งมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น 1.4 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556  ที่มีอัตราการจับเฉลี่ย 497.99 กก./ชม. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งทำการประมงที่สำคัญพื้นที่บริเวณระหว่างเกาะพีพีและเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ พบว่า ช่วงก่อนมาตรการ และช่วงสิ้นสุดมาตรการ มีอัตราการจับเฉลี่ย   456.90 กก/ชม.   จึงเห็นได้ว่าช่วงสิ้นสุดมาตรการมีอัตราการจับเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนมาตรการถึง 7.36 เท่า

นอกจากนี้ บริเวณที่ทรัพยากรเสื่อมโทรมเนื่องจากมีการทำประมงที่มากเกินสมดุลของธรรมชาติที่จะผลิตทดแทนได้ทัน (Over fishing)  รวมทั้งปลาผิวน้ำและปลาหน้าดินที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจหลายชนิดที่เคยหายไป กลับฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ดังนั้น จึงสามารถยืนยันได้ว่ามาตรการปิดอ่าวฝั่งทะเลอันดามัน สามารถรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำที่กำลังมีไข่ และเข้ามาวางไข่เลี้ยงลูก ให้เพิ่มปริมาณขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปลาทู ซึ่งเป็นทรัพยากรสัตว์น้ำเศรษฐกิจของประเทศ ได้อย่างแน่นอน

               
สำหรับ มาตรการปิดอ่าวฝั่งทะเลอันดามัน ประจำปี 2558 นี้ เป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันของศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ซึ่งประกอบด้วย 6 หน่วยงาน คือ กรมประมง  กองทัพเรือ (ทัพเรือภาคที่ 3) กองบังคับการตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมศุลกากร ในการตรวจตราเฝ้าระวังการทำประมงที่ผิดกฎหมายโดยเคร่งครัด เข้มงวดกวดขันไม่มีการผ่อนผันแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ยังได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายภาคประชาชนเฝ้าระวังการทำประมงต่างๆ อาทิ ประมงอาสา ฅนเฝ้าทะเล ยุวประมง ฯลฯ ในการช่วยเป็นหูเป็นตาคอยสอดส่องดูแลการทำประมงที่ผิดกฎหมายร่วมกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นผลพวงของความสำเร็จจากการปลูกจิตสำนึกให้แก่ประชาชนในพื้นที่ให้เกิดความตระหนักรักและหวงแหนในทรัพยากรพื้นถิ่นของตน

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเน้นย้ำให้พี่น้องชาวประมงได้ทราบถึงกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการปิดอ่าวฯ ในพื้นที่และระยะเวลาที่กำหนด มีรายละเอียด ดังนี้ ระยะเวลาที่ห้าม (ฤดูปลามีไข่) ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน ของทุกปี

เครื่องมือทำการประมงต้องห้ามตามประกาศฉบับนี้ ได้แก่
(1)  เครื่องมืออวนลากทุกประเภททุกขนาดที่ใช้ประกอบเรือกล
(2)  เครื่องมืออวนประเภทล้อมจับทุกชนิด                               
(3)  เครื่องมืออวนติดตาที่มีช่องตาเล็กกว่า 4.7 ซม.                             

เครื่องมือที่ยกเว้นให้ทำการประมงได้ตามประกาศฉบับนี้ ได้แก่                               
(1) เครื่องมืออวนล้อมจับปลากะตักทำการประมงเฉพาะในเวลากลางวัน ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก                                          
(2) เครื่องมืออวนลากคานถ่างที่ใช้ประกอบกับเรือกล (เครื่องมืออวนลากแผ่นตะเข้มีคานถ่าง หรือ อวนลากที่ใช้ประกอบกับเรือกล ซึ่งใช้เชือกเส้นใยประดิษฐ์เป็นสายลากเฉพาะในเวลากลางคืน ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น                               
(3) เครื่องมืออวนโป๊ะ

บทกำหนดโทษ หากมีชาวประมงรายใดฝ่าฝืนใช้เครื่องมือต้องห้ามทำการประมงในพื้นที่ที่ได้ประกาศปิดอ่าวฯ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ ห้าพันบาท ถึง หนึ่งหมื่นบาท หรือ จำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือทั้งปรับทั้งจำ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI