
ก้าวสำคัญของญี่ปุ่น
เพิ่งได้รับเสียงสนับสนุนจาก สส.ในสภาอย่างท่วมท้นมาหมาดๆ สำหรับนายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง แห่งญี่ปุ่น ภายหลังถูกฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังเข้ารับตำแหน่งได้ไม่ถึง 3 สัปดาห์
ล่าสุด หนังสือพิมพ์อาซาฮี ในญี่ปุ่น ได้แสดงความคิดเห็นผ่านบทบรรณาธิการถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 ก.ค.นี้ว่า เป็นโอกาสที่จะพาการเมืองญี่ปุ่นรุดหน้าไปอีกขั้น
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พรรคประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น (ดีพีเจ) หรือพรรครัฐบาล และพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) หรือพรรคฝ่ายค้าน ได้ออกมาประกาศจุดยืนของพรรค โดยทั้งสองพรรคต่างชูนโยบายหลักเรื่องการ
“ปฏิรูประบบภาษีของชาติ” ด้วยการเพิ่มภาษีผู้บริโภค เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะของประเทศที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ก่อนที่จะนำกรณีดังกล่าวเข้าสู่การหารือร่วมระหว่างพรรค (Nonpartisan Talks)อาซาฮี ระบุว่า กระบวนการหารืออย่างเป็นกลางระหว่างสองพรรคนั้นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ควรจะจัดขึ้นทันทีหลังจากที่เสร็จสิ้นการเลือกตั้ง
บทบรรณาธิการดังกล่าวยังยกตัวอย่างว่า ในอดีตหากพรรคการเมืองใดเสนอหรือมีแนวโน้มว่าจะประกาศขึ้นภาษีผู้บริโภคย่อมถูกโจมตีอย่างหนักจากพรรคตรงข้าม ทำให้หลายปีที่ผ่านมาพรรคการเมืองใหญ่ๆ เลือกที่จะหลีกเลี่ยงการเสนอนโยบายใดที่ขัดต่อความนิยมของประชาชน และอาจส่งผลต่อฐานเสียงของพรรค
ทว่า ด้วยพฤติกรรมทางการเมืองที่ไร้ความผิดชอบนี้เอง ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงถึง 860 แสนล้านเยน หรือคิดเป็น 180% ของจีดีพีของประเทศ กว่าสองพรรคใหญ่ของประเทศจะตระหนักถึงปัญหาหนี้ ก็เมื่อวิกฤตยูโรเริ่มส่อเค้าและส่งสัญญาณลบต่อภาคการเงินและเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม บทบรรณาธิการยังเห็นว่า การขึ้นภาษีผู้บริโภคนั้น ไม่ใช้ยาดีที่จะรักษาสารพัดโรคที่เกิดจากปัญหาหนี้สาธารณะได้ เพราะมาตรการดังกล่าวเป็นเพียงยากระตุ้นเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับประชาชน และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น







