
เดินหน้า 4จี
รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นยุทธศาสตร์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สอดรับกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิต เป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเร่งประมูล 4จี โดยเร็ว เพื่อขยายช่องทางและโอกาสของเศรษฐกิจดิจิทัล
รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นยุทธศาสตร์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สอดรับกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิต เป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเร่งประมูล 4จี โดยเร็ว เพื่อขยายช่องทางและโอกาสของเศรษฐกิจดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เป็นรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งชะลอการประมูลคลื่นความถี่ระบบ 4จี ไว้ 1 ปี จากเดิมที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. วางโรดแมปการประมูล 4จี จะเริ่มต้นในเดือน ก.ย. 2557 จนถึงวันนี้ ทุกฝ่ายแม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีเองรับปากจะเห็นการประมูล 4จี ภายในปีนี้อย่างแน่นอน แต่ประกาศ คสช. ในการชะลอประมูล 4จี ยังคงมีผลผูกพัน
ล่าสุด ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สำนักงาน กสทช. รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) รวมถึงคณะที่ปรึกษา เห็นพ้องต้องกันว่ารัฐบาลควรเร่งคิกออฟโครงการประมูล 4จี อย่างรวดเร็ว โดยจะเสนอเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ที่มีนายกฯ เป็นประธานการประชุมในวันที่ 18 มี.ค.นี้
ไม่เพียงรัฐบาล ฝั่งเอกชน รวมถึงนักวิชาการ เห็นเช่นเดียวกันว่ารัฐบาลควรเร่งการประมูล 4จี โดยเร็ว ซึ่งจะมีผลต่อการลงทุนในระบบเศรษฐกิจทั้งในส่วนของเม็ดเงินในการประมูล การลงทุนโครงข่ายใหม่ รวมถึงธุรกิจและบุคลากรที่เกี่ยวเนื่อง คิดเป็นเม็ดเงินหลายแสนล้านบาท รวมถึงรูปแบบธุรกิจและเศรษฐกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้นตามแผนที่รัฐบาลได้วางไว้เพื่อสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย
ในภาวะที่ยังยักแย่ยักยันกันอยู่นี้ มีทั้งผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ โดยผู้ประกอบการที่ได้ประโยชน์ คือ บริษัท ทรูมูฟ ที่ได้สิทธิในการใช้คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่หมดสัญญาสัมปทานตั้งแต่ปีที่แล้ว ยังได้ใช้คลื่นความถี่อยู่ต่อไป ขณะที่อีก 2 รายจะทยอยหมดสัมปทานเช่นเดียวกัน โดยผู้บริโภคเสียประโยชน์อย่างแน่นอน จากข้อจำกัดในเรื่องบริการที่มีผู้ประกอบการให้เลือก 3 ราย
ขณะที่ช่องสัญญาณของ 3จี ก็มีผู้ใช้บริการอย่างหนาแน่น จนทำให้คุณภาพของบริการลดลงไป โดยที่ผู้บริโภคไม่เคยได้รับการชดเชย หรือดูแลการให้บริการอย่างเป็นธรรม ยิ่งในสภาวะที่ กสทช.มีความกังวลว่าจะถูกลดอำนาจขององค์กรลง หลังจากมีคณะกรรมการดิจิทัลแห่งชาติ เข้ามาทำหน้าที่ดูแลทรัพยากรคลื่นความถี่ของชาติอีกชั้นหนึ่ง
ถึงตอนนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ควรแสดงความจริงใจในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของประเทศ ด้วยการคิกออฟโครงการประมูล 4จี เสียที และดูแลการประมูลให้โปร่งใส เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมอย่างแท้จริง สร้างทางเลือกให้ผู้บริโภคได้ใช้บริการที่มีคุณภาพและไม่ถูกเอาเปรียบจากการผูกขาดการให้บริการอยู่กับผู้ประกอบการเพียงไม่กี่ราย







