posttoday
ปัญหาเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ : ภาษี?

ปัญหาเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ : ภาษี?

16 มีนาคม 2558

หากตั้งโจทย์ไม่ถูก ทำไปก็เสียของเปล่า แต่ที่ผ่านมาปัญหาที่ทำให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารก็ยังคงอยู่

โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ

หากตั้งโจทย์ไม่ถูก ทำไปก็เสียของเปล่า แต่ที่ผ่านมาปัญหาที่ทำให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารก็ยังคงอยู่ ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและความสำคัญก็ลดลงไป

ปัญหาเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำที่กลายเป็นคาถาที่ท่องกันทุกวัน ก็ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม

นอกจากโครงการที่มีแต่รายจ่ายแบบกระจุกไม่กระจาย และจะกลายเป็นภาระกับรัฐบาลและประชาชนในระยะยาว เช่น รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง เป็นต้น เพราะรัฐบาลยังไม่เคยบอกเลยว่าสร้างเสร็จแล้วจะเอาค่าใช้จ่ายจากไหนมาดำเนินการ รายได้จากโครงการจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่อย่างไร จะขนสินค้าของใครจากไหน เท่าไร จะขนคนจากไหน เท่าไร จะมีรายได้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายหรือไม่

เพราะที่ผ่านมารัฐบาลต้องเอาเงินภาษีอากรมาชดเชยการบริหารจัดการและการซ่อมบำรุงระบบรางมาตลอด เพราะไม่เคยศึกษาและเปิดเผยเรื่องความคุ้มค่าคุ้มทุนของโครงการ อ้างแต่ว่าเพื่อลดรายจ่าย
ลดต้นทุนในการขนส่งให้กับภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการก่อสร้างระบบขนส่งนี้ ส่วนชาวบ้านทั่วไปจะไม่ได้ใช้ประโยชน์มากเท่าไร เพราะไม่มีเงินจะจ่ายค่าโดยสารที่แพงและมีทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดมากกว่า

แต่การลงทุนเพื่อเพิ่มรายได้ไม่กระจุกแต่กระจาย เช่น การลงทุนในการก่อสร้างระบบน้ำ ที่จะแก้ปัญหาทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง อย่างเป็นระบบต่อเนื่อง นอกจากลดรายจ่ายที่จะเกิดจากความเสียหายเพราะน้ำท่วมแล้ว ยังทำให้ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว เกษตรกรและทุกครัวเรือนมีน้ำใช้อย่างพอเพียงและเป็นธรรม ทั้งยังเป็นการเพิ่มผลผลิตและเพิ่ม
รายได้อีกด้วย โดยเฉพาะระดับรากหญ้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร 

ที่ผ่านมาถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่โครงการที่ดำเนินการกลับไม่ได้มีผลตามที่ตั้งโจทย์ไว้ ทำให้ความเหลื่อมล้ำไม่เพียงแต่ด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้น ข้าราชการ นักวิชาการ นักธุรกิจ เกษตรกร คนจน คนรวย คนเมือง คนชนบท ยิ่งขยายตัวมากขึ้น เพราะนโยบายที่กำลังเร่งรัด เช่น เรื่องภาษี รวมถึงกฎหมายที่เร่งผลิตออกมาจาก สนช. และร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะแล้วเสร็จ น่ากังวลอย่างยิ่งว่าปัญหาจะบานปลาย

หากจะกระตุ้นเศรษฐกิจจริงต้องปรับเปลี่ยนนโยบายและการทำงานของรัฐบาลใหม่ ทั้งนโยบายการเงินและการคลัง เช่น การกดดันและบังคับให้ธนาคารชาติต้องลดดอกเบี้ยนโยบายลง รัฐบาลไม่ควรมองด้านเดียวที่แก้ปัญหาตามเสียงเรียกร้องและเพื่อประโยชน์ของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมและการส่งออกเท่านั้น เพราะดอกเบี้ยนโยบายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ควรจะใช้เมื่อมีความจำเป็นจริงเท่านั้น ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ 

การลดต้นทุนทางการเงินและการอ่อนค่าของเงินบาทไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่แท้จริงของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมและการส่งออก เพราะไม่ได้เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันที่แท้จริงของไทย ที่จะต้องมีการปรับโครงสร้างการผลิตใหม่ทั้งระบบ

นโยบายภาษีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของรัฐบาล กลับจะยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำมากขึ้น เพราะเป็นการสร้างภาระให้กับประชาชนที่ไม่เท่าเทียมกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาษีบ้านและที่ดิน ที่อ้างว่ารถยนต์ยังเสียภาษีมากและแตกต่างกันได้ อันนี้ไม่มีใครเถียง เพราะรถยนต์สำหรับคนที่ไม่มีเงินแต่จำเป็นก็ซื้อคันเล็กพอใช้เสียภาษีน้อยตามขนาดและราคา แต่คนมีเงินอยากใช้คันใหญ่ก็ต้องเสียภาษีมาก เพราะเขาไม่เดือดร้อน และรถยนต์คันใหญ่ทันสมัยก็เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย คนไม่มีเงินก็ใช้รถยนต์สาธารณะได้ รัฐมนตรีคลังจะเอามาเปรียบเทียบกับบ้านไม่ได้

เพราะบ้านและที่ดินเป็นปัจจัยสี่ที่ต้องมี เพราะเป็นความมั่นคงของชีวิตและครอบครัวซึ่งตกทอดเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น ตอนที่ได้มาราคาไม่แพง แต่ปัจจุบันราคาสูงขึ้นมาก คนที่ได้มาก็ไม่ใช่คนรวย แต่คนไทยส่วนใหญ่มักจะเก็บรักษามรดกของพ่อแม่ที่ให้มา คนแก่ที่เกษียณอายุแล้วก็ไม่ได้มีบำเหน็จบำนาญมาก แค่อยู่พ้นไปเดือนหนึ่ง อาศัยลูกหลานดูแลบ้าง จะเอาเงินที่ไหนมาเสียภาษีบ้านและที่ดินที่รัฐบาลจะเก็บ

แต่รัฐบาลนี้จะเก็บทั้งภาษีมรดกและภาษีบ้านและที่ดิน โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนจนและคนชั้นกลาง คนไม่มีเงินได้มรดกมาก็ต้องเสียภาษีมรดก จะเอาเงินที่ไหนมาเสีย สุดท้ายก็ต้องขายทรัพย์สินที่ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่สะสมไว้ให้เพื่อเอาเงินไปจ่ายภาษีมรดก คนที่อยู่ห้องแถวติดถนนใหญ่หาเช้ากินค่ำเป็นหนี้เป็นสิน แต่ราคาประเมินวันนี้สูงมาก เขาจะมีปัญญาเอาเงินที่ไหนมาจ่ายภาษีให้รัฐบาล

นโยบายภาษีที่รัฐบาลกำลังทำไม่ได้ลดความเหลื่อมล้ำ แต่เป็นการสร้างภาระโดยไม่จำเป็น

ถ้าจะอ้างว่าเงินที่เก็บได้ก็กลับไปที่ท้องถิ่น แท้ที่จริงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจัดเก็บภาษีแบบนี้ กระทรวงการคลังควรปรับโครงสร้างการคลังท้องถิ่นใหม่ ไม่ต้องระบุไว้ในรัฐธรรมนูญว่าจะต้องจัดงบประมาณให้ท้องถิ่นเท่าไรต่อปี แต่ปรับระบบภาษีท้องถิ่นให้จัดเก็บกันเองได้คล่องตัวมากขึ้น อย่าไปควบคุมเรื่องการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาก เพราะที่ผ่านมาการกระจายอำนาจทำกันแบบหาเสียง ไม่ได้จัดระบบให้ดีเสียก่อน ไม่กระจายความรับผิดชอบ ไม่กระจายงาน ไม่กระจายคน

เรื่องทั้งหมดสะท้อนปัญหาให้เห็นว่า การแก้ไขปัญหาทำกันบนความไม่รู้ข้อเท็จจริงและรากเหง้าปัญหา แสดงว่าคนคิดไม่ได้ศึกษาและไม่เข้าใจว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ที่ทำกันอยู่ในขณะนี้จึงเหมือน “ลิงแก้แห”

การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ได้ผลเพราะความจำกัดในหลายด้าน ภายนอก เศรษฐกิจโลกไม่ดี ตัวเลขการส่งออกจะดีได้อย่างไร ภายในก็มีปัญหา แม้ว่ารัฐบาลพยายามเร่งรัดให้มีการใช้งบประมาณให้เร็วแต่ก็ยังล่าช้า จะหวังว่าไตรมาสต่อไปงบประมาณจะเข้าไปในระบบมากขึ้น จะทำให้หมุนเวียนมากขึ้น ตัวเลขทางเศรษฐกิจจะได้ดีขึ้น ดูแล้วยาก ไม่อยากให้สร้างความหวังให้ตลาดมากเกินไป

เพราะการใช้เงินงบประมาณมีขั้นตอนมาก รอบคอบรัดกุมก็ยังมีการทุจริตประพฤติมิชอบ ข้าราชการก็ต้องระมัดระวังกว่าจะประมูลได้ กว่าจะลงมือทำงาน กว่าเนื้องานจะออกมา เบิกเงินได้ก็ไตรมาสสุดท้าย

หากจะกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้ความจำกัดเรื่องเงิน ก็ต้องเพิ่มอัตราความเร็วของเงินที่จะอัดฉีดลงไปในระบบ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเงินให้ได้มากรอบที่สุด ให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวมในระดับหมู่บ้าน ชุมชน และไม่ให้มีการทุจริต มีการบริหารจัดการโดยประชาคมและการตรวจสอบของประชาชน ให้การใช้เงินเป็นไปตามความต้องการของประชาคม โดยรัฐบาลอาจกำหนดกรอบว่าให้ใช้เงินเพื่อดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น

กลไกที่มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันที คือ กองทุนหมู่บ้าน เพราะมีกรรมการและสมาชิกจากเกือบทุกหลังคาเรือนร่วมกันบริหาร ไม่ใช่กรรมการคนใดหรือกลุ่มใดเป็นคนตัดสินใจ แต่ต้องให้สมาชิกไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 เป็นผู้ตัดสินใจร่วมกัน โครงการนี้จะทำให้เงินเข้าสู่ระบบอย่างรวดเร็วและหมุนเวียนได้มากรอบกว่าปกติ ถ้ารู้จักทำและปริมาณเงินพอเพียง การกระตุ้นเศรษฐกิจจะสามารถเห็นผลได้ในไตรมาส 2 เป็นต้นไป

ถ้าจะลดความเหลื่อมล้ำ รัฐบาลต้องเร่งสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มผลผลิต กระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้รายได้เข้ารัฐให้มากขึ้น ไม่ใช่ขึ้นภาษีเพราะเศรษฐกิจไม่ดีรายได้รัฐลดลง

รัฐบาลยังโชคดีที่นายกรัฐมนตรียังฟังเสียงประชาชนบ้าง จึงสั่งยกเลิกภาษีบ้านและที่ดิน

ถ้าจะให้ดีนายกรัฐมนตรีก็ควรทบทวนและถอนเรื่องภาษีมรดกที่  สนช.ยังหาทางออกไม่ได้ ขอขยายเวลาการพิจารณาหลายรอบแล้วออกมาก่อน เพื่อดูทั้งระบบให้รอบคอบแล้วค่อยตัดสินใจใหม่อีกครั้ง    

ถ้าปล่อยให้เป็นยุคภาษีอาน รัฐบาลจะไปไม่รอด

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI