posttoday
นายกฯยันไม่ขาดน้ำดื่ม แต่กระทบทำนาปีถึงก.ค.

นายกฯยันไม่ขาดน้ำดื่ม แต่กระทบทำนาปีถึงก.ค.

21 มิถุนายน 2553

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้รายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ปัญหาน้ำในเขื่อน ผ่านรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ล่าสุด สถานการณ์การแก้ปัญหาดีขึ้น โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าปริมาณน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค และคุณภาพของน้ำประปาจะไม่มีผลกระทบอย่างแน่นอน แต่ปัญหาที่จะเกิดขึ้นคือจะต้องมีการเลื่อนทำนาปีไปถึงกลางเดือน ก.ค.

นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังสำรวจว่า เกษตรกรที่จะต้องเลื่อนการทำนาปี โดยเฉพาะพื้นที่ชลประทานนั้นคงต้องมีการเลื่อนแน่ ส่วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและในพื้นที่อื่นๆ นอกเขตพื้นที่ชลประทานนั้นขึ้นอยู่กับน้ำฝน ซึ่งมีการตกกระจายในปัจจุบัน ก็จะมีการสำรวจเรื่องนี้ และจะดูความเป็นไปได้ในการที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงจากนี้ไปจนถึงเดือน ก.ค. ที่อาจไม่สามารถทำนาได้ ว่าจะมีวิธีการในการช่วยเหลือด้านอาชีพเสริม หรือการช่วยปัจจัยการผลิตเพื่อการบริโภคในครัวเรือนอย่างไร

ที่สำคัญแม้ว่าในช่วงของนาปีผ่านพ้นไป ก็เชื่อว่าฝนที่ตกลงมาก็คงทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเมื่อเทียบกับฝนที่ขาดหายไปในช่วง 5 เดือนแรกจะทำให้ในต้นปีหน้าน้ำที่จะใช้ในการทำนาปรังจะมีน้อยมาก ฉะนั้น การสำรวจความต้องการจะต้องเกิดขึ้นเพื่อเตรียมการสำหรับช่วยเหลือเกษตรกรที่จะไม่สามารถทำนาปรังได้ คาดว่ามีเพียง 23 ล้านไร่

นายกฯ ยังกล่าวถึงปัญหาที่อยู่อาศัยว่า หลังจากที่ได้หารือกับองค์กรที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหานี้ ระหว่างหน่วยงานของรัฐกับประชาชนใน 67 พื้นที่พบว่าได้มีการแก้ปัญหาในระดับหนึ่ง และในหลายปัญหาก็สามารถหาความชัดเจนได้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการเรื่องโฉนดชุมนุม โดยมีการร่างระเบียบต่างๆ ออกมา คาดว่าสัปดาห์หน้าจะเริ่มแจกโฉนดชุมนุมได้ในหลายพื้นที่

สำหรับปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะความถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องบ้านมั่นคงนั้น ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้จัดประชุมเพื่อออกระเบียบต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยได้

นายกฯ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาที่ดินของเกษตรกรที่อยู่ใกล้แนวเขตป่าว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมสำรวจแบ่งแยกพื้นที่แนวเขตป่าสงวนกับพื้นที่ทำกินของประชาชนให้มีความชัดเจนภายใน 2 ปีนี้ โดยจะดูข้อเท็จจริงต่างๆ ทั้งหมดว่า เกษตรกรรายใดที่เข้าไปทำกินพื้นที่ก่อนที่มีการประกาศเขตป่าสงวนหรือไม่ หากเกษตรกรรายใดที่เข้ามาทำกินก่อนก็จะได้รับเอกสารสิทธิในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนเกษตรกรที่เข้าไปภายหลังการประกาศพื้นที่เขตป่าสงวน จะต้องมีการดูแลและแก้ไขต่อไป

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน