
ต้องปฏิรูปการทำงาน
ดำริทางนโยบายของ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในการตั้งเรื่องเพื่อแก้ไข พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 เพื่อให้การดำเนินงานของสหกรณ์มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เพิ่มกระบวนการตรวจสอบ โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สามารถเข้าถึงข้อมูลและมีอำนาจในการตรวจสอบสหกรณ์ที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลเพิ่มขึ้น
ดำริทางนโยบายของ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในการตั้งเรื่องเพื่อแก้ไข พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 เพื่อให้การดำเนินงานของสหกรณ์มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เพิ่มกระบวนการตรวจสอบ โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สามารถเข้าถึงข้อมูลและมีอำนาจในการตรวจสอบสหกรณ์ที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลเพิ่มขึ้น
หลักคิดของแนวทางการแก้ไขกฎหมายนั้น จะมีการแก้ไขให้สามารถที่จะเอาผิดกับผู้ที่เข้าร่วมและส่งเสริมการกระทำผิดทั้งเอกชนหรือนิติบุคคลด้วย เพราะผลจากเงื่อนงำการดำเนินงานในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่เสียหายจากการทุจริตและการบริหารงานกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท มีการตั้งบริษัท หรือเอกชน บุคคลภายนอกเข้าร่วม ทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก จึงให้อำนาจเจ้าพนักงานในการตรวจสอบธุรกรรม และให้อำนาจในการแจ้งเตือนแก่นายทะเบียนคืออธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เพิ่มมากขึ้น เพื่อระงับความเสียหายของสหกรณ์ทั้งระบบ 8,181 แห่ง มีสมาชิกกว่า 11.27 ล้านครัวเรือน มูลค่าธุรกิจกว่า 2.25 ล้านล้านบาท ไม่ซ้ำรอยกรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
ในหลักการและเหตุผลแล้ว ไม่มีใครปฏิเสธการสร้างกระบวนการทำงาน การตรวจสอบระบบสหกรณ์ที่มุ่งเน้นการทำงานเพื่อสมาชิก บริหารงานโดยสมาชิกให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลักที่ควรดำเนินการอย่างยิ่งในขณะนี้ ไม่ใช่การเดินหน้าแก้กฎหมายสหกรณ์ แต่ควรดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการทำงานของกรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะนายทะเบียน และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ว่าทำหน้าที่ตามกฎหมายที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพหรือยัง
รัฐบาลต้องตระหนักว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบสหกรณ์ปัจจุบันมิใช่เกิดจากข้อกฎหมาย แต่เกิดจากการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ที่มีหน้าที่โดยตรงในการกำกับและตรวจสอบตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 ซึ่งให้อำนาจนายทะเบียนและผู้ตรวจการสหกรณ์อย่างเต็มที่ ในการตรวจสอบกิจการและฐานะการเงินของสหกรณ์แต่ละแห่ง ถึงขนาดที่สามารถเข้าไปตรวจสอบโดยไม่แจ้งล่วงหน้าได้ ใครไม่ให้ข้อมูลสามารถเอาผิดได้
นายทะเบียนสหกรณ์ หรือรองนายทะเบียนสหกรณ์ และผู้ตรวจการ สามารถใช้อำนาจสั่งการและกำหนดวิธีการแก้ไขได้ ร้ายแรงที่สุดสามารถใช้อำนาจยับยั้งหรือเพิกถอนสหกรณ์ หรือเข้าร้องทุกข์หรือฟ้องคดีอาญาได้อำนาจในมือของหน่วยงานราชการถือว่ามากล้น เฉกเช่นเดียวกับการกำกับดูแลและตรวจสอบสถาบันการเงิน
ปัญหาที่เกิดขึ้นในกรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นและระบบสหกรณ์ในปัจจุบันนั้น เจ้าหน้าที่และผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ตามกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติหรือไม่
ประเด็นเหล่านี้ต่างหากที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปปรับปรุงวิธีปฏิบัติ และปฏิรูปการทำงานของหน่วยงานของรัฐให้รัดกุม มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่การเบี่ยงประเด็นไปที่อำนาจตามกฎหมาย







