
ความจริงอีกด้าน ที่บ้านนามูล (2)
สัปดาห์ที่แล้วได้เล่าถึง “ความจริง” อีกด้านของประเด็นที่จุดกระแสต่อต้านการสำรวจปิโตรเลียมในอีสาน ตั้งแต่เรื่อง EIA ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ามาตรวจแล้วพบว่าทำตามกฎหมายทุกประการ เรื่องเทคนิค fracking หินดินดานที่เคยเกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมในสหรัฐแต่ยากที่จะนำมาใช้ในภาคอีสาน เรื่องการปลุกระดมความโกรธเกลียดรัฐว่าผู้ประกอบการจะโกยรายได้ทั้งหมดไปโดยคนไทยไม่ได้อะไร ซึ่งไม่จริง
สัปดาห์ที่แล้วได้เล่าถึง “ความจริง” อีกด้านของประเด็นที่จุดกระแสต่อต้านการสำรวจปิโตรเลียมในอีสาน ตั้งแต่เรื่อง EIA ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ามาตรวจแล้วพบว่าทำตามกฎหมายทุกประการ เรื่องเทคนิค fracking หินดินดานที่เคยเกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมในสหรัฐแต่ยากที่จะนำมาใช้ในภาคอีสาน เรื่องการปลุกระดมความโกรธเกลียดรัฐว่าผู้ประกอบการจะโกยรายได้ทั้งหมดไปโดยคนไทยไม่ได้อะไร ซึ่งไม่จริง
เมื่อ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้ติดตามคณะ “สปช.กลุ่มเทคโนแครต” ลงพื้นที่โครงการดงมูล 5 ซึ่งคร่อม 2 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ 3 อำเภอ และขอนแก่น 1 อำเภอ ทางคณะได้พบทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้าน ต่างจาก “สปช.กลุ่มทวงคืน” ที่ลงพื้นที่ก่อนหน้านี้ แต่ดูเหมือนจะพบเฉพาะฝ่ายคัดค้าน แม้กลุ่มสนับสนุนได้มายืนถือป้ายอยู่ใกล้ๆ เต็นท์ที่ท่านรับฟังฝ่ายต่อต้าน หรืออาจจะพบแต่สิ่งที่แถลงและปรากฏในสื่อเหมือนกับไม่มีฝ่ายสนับสนุนเลย
ในวันนั้นชาวบ้านฝ่ายสนับสนุนบางส่วนมาถือป้ายและยื่นหนังสือสนับสนุนหน้าฐานผลิตที่กำลังก่อสร้างของบริษัท Apico ซึ่งอยู่ใน ต.กุงเก่า อ.ท่าคันโท กาฬสินธุ์ แต่อีกราว 150 คนไปรวมตัวกันที่หน้า อบต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น มีการชูป้ายต่างๆ พอให้สรุปได้ว่า ฝ่ายสนับสนุนในดูนสาดบอกว่าชาวบ้านที่มาต่อต้านส่วนใหญ่ไม่ใช่คนในพื้นที่
เช่น “พวกคนนอกพื้นที่กลับบ้านไป อย่ามาสร้างความแตกแยกให้พวกเรา” บางป้ายเอ่ยชื่อแกนนำ “...ม็อบอาชีพ ผู้หญิงไร้ยางอายหนีไปหนีไป” ป้ายบอกให้นักศึกษาที่เข้ามากลับไปเรียนหนังสือ ซึ่งข้อมูลจากฝ่ายปกครองระบุว่าเป็น “กลุ่มดาวดิน” เป็นกลุ่มที่นำการต่อต้านการทำเหมืองทองคำที่ จ.เลย ซึ่งมีข่าวว่าเป็นปัญหา และเป็นกลุ่มเดียวกับที่เปิดเสื้อไล่นายกฯ ประยุทธ์เมื่อเยี่ยมจังหวัดอีสาน นอกจากนี้ก็มีหลายป้ายที่มีข้อความในแนวว่า “คนนาคำน้อย ‘ตัวจริง’ อยู่นี่ เราไม่เคยเดือดร้อน”
มีแกนนำ 5 คนลุกขึ้นพูด คนหนึ่งบอกว่าเป็นเจ้าของที่ดินที่ ESSO เคยสำรวจและมีการจุดไฟ (flare) ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร ที่ดินเกษตรที่ว่าเสียหายก็ไม่คิดว่าความแล้งมาจากการขุดเจาะ บางคนเคยไปดูพื้นที่ขุดเจาะจริงที่อื่นแล้วเห็นว่าไม่มีผลกระทบทางสุขภาพและเกษตร บ้างพูดถึงส่วนแบ่งค่าภาคหลวง และมีการเรียกร้องให้ทำสัญญาประชาคมระหว่างชุมชนกับ Apico เพื่อให้จ่ายชดเชยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการ “เสียสละ” ให้ประเทศมีความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้น
ส่วนใหญ่เห็นประโยชน์จากการจ้างงานและกิจกรรมต่อเนื่อง ที่จะทำให้มีรายได้มากขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คงรวมทั้งงานชุมชนสัมพันธ์ที่บริษัทน่าจะมีมากขึ้นหากมีกิจกรรมผลิต
ชาวบ้านหลายคนพูดตำหนิสื่อต่อหน้าสื่อมวลชนที่ไปในวันนั้นว่า เสนอข่าวอย่างมีอคติเพราะเน้นแต่การต่อต้าน
ส่วนฝ่ายต่อต้านไม่ยอมรับคำเชิญพบจาก สปช.คณะนี้ แต่กลับรวมกลุ่มกันโห่ไล่อยู่ที่สี่แยกแห่งหนึ่ง คณะ สปช.ต้องเลี้ยวขบวนหลบไป อย่างไรก็ตาม ช่วงถัดมาก็ได้กลับไปที่จุดนี้ขณะที่พวกเขากำลังรับประทานอาหาร เดินตรงเข้าไปทักทายแบบบ้านๆ ตัวเป็นๆ เลยทำให้สามารถตั้งวงพูดคุยได้สำเร็จ คณะถามหาแกนนำนอกพื้นที่ที่มีชื่อในป้าย แต่เธอบอกว่าไม่จำเป็นต้องพูดเพราะชาวบ้านพูดเองได้ แล้วก็ยืนถ่ายวิดีโอและจัดคิวการพูดของชาวบ้าน
ประเด็นของกลุ่มคัดค้านซึ่งมีประมาณ 50 คน มีตั้งแต่เรื่องการทำ EIA ที่ตนไม่รู้ว่ามีจัดการประชุม บางคนบอกว่าบริษัทเอาเสื้อและชุดตัดเล็บมาแจกแลกกับลายเซ็นให้ “ยอมรับ” EIA
ดูเหมือนชาวบ้านไม่เข้าใจว่า EIA เป็นการประเมินผลกระทบและมาตรการป้องกันแก้ไขหรือลดผลกระทบเชิงลบ รวมถึงข้อกังวลของชุมชน มิใช่การขออนุญาตพัฒนาโครงการจากคนในพื้นที่ แม้แต่กิจกรรมตาม พ.ร.บ.แร่ 2510 ซึ่งมีผลกระทบกว้างขวางกว่ามาก กฎหมายได้กำหนดให้มีการทำประชาคมหมู่บ้าน แต่เพื่อประกอบการพิจารณาประทานบัตรโดยกระทรวงอุตสาหกรรม มิได้ให้อำนาจประชาชนอนุมัติอย่างไรก็ตามการแจกเสื้อและชุดตัดเล็บหลังจาก EIA ได้รับอนุมัติจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วเป็นจุดให้เกิดการเข้าใจผิดและโจมตี (ดูบทความภาค 1)
บางคนโกรธมากที่เวทีทำเนียบบอกว่านามูลเป็นแค่ทางผ่าน แต่เขาเข้าใจว่าจะเป็นที่ตั้งโรงแยกก๊าซด้วย ในความเป็นจริงหากมีการผลิตจะมีโรงแยกก๊าซที่ ต.หนองใหญ่ อ.หนองกุงศรี กาฬสินธุ์ ไม่ใช่ที่นามูลอย่างที่ชาวบ้านถูกบอก
คณะ สปช.เน้นการรับฟังความคิดเห็น ไม่ได้มีการชี้แจงในตอนนั้น คงเพราะต้องการให้ฝ่ายต่อต้านได้ระบายความรู้สึกเต็มที่ ผ่านไปสักพักใหญ่ ก็เริ่มมีเสียงปลุกระดมไล่จากนอกวงพูดคุย และเมื่อออกไปแล้วก็มีการเผาหุ่นฟางที่เตรียมไว้ข้างถนน
ฝ่ายต่อต้านยังมีเรื่องความหวาดกลัวผลกระทบต่อสุขภาพและการเกษตรที่เข้าใจกันว่าเคยเกิดขึ้นในอดีตในการสำรวจแถบนั้น ซึ่งจะเล่าในตอนต่อไป พร้อมประเด็นบทบาทของฝ่ายปกครอง และข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาการสื่อสารและในเชิงปฏิรูปเพื่อให้บ้านดงมูลที่อยู่ชายขอบการขุดเจาะปิโตรเลียม ไม่ตกขอบของความเป็นธรรม
ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มิใช่ขององค์กรใด







