คสช.เผยจับตา 2 คนร้ายปาบึ้มมาตลอดก่อนรวบทันทีหลังก่อเหตุ
โฆษกคสช.แจง เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตาม 2 คนร้ายก่อเหตุปาบึ้มหน้าศาลอาญามาระยะหนึ่งแล้ว ก่อนเข้าจับกุมทันทีหลังก่อเหตุ
โฆษกคสช.แจง เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตาม 2 คนร้ายก่อเหตุปาบึ้มหน้าศาลอาญามาระยะหนึ่งแล้ว ก่อนเข้าจับกุมทันทีหลังก่อเหตุ
เมื่อวันที่ 8 มี.ค. พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงกรณีคนร้ายขว้างระเบิด เข้าใส่บริเวณศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ว่า จากการปฏิบัติงานด้านการข่าวในช่วงที่ผ่านมา พบว่ายังมีความพยายามจากผู้ไม่หวังดีที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายอยู่บ้าง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. ได้รับทราบข้อมูลและติดตามมาตลอด
"ตามนโยบายของ หัวหน้า คสช. ที่ไม่ยอมให้มีการใช้ความรุนแรงต่อกันในทางสังคมไม่ว่าจะต่อบุคคล หรือสถานที่ก็ตามโดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง ผบ.ทบ.จึงได้มีการกำชับให้หน่วยต่างๆ เฝ้าสังเกตและติดตามความเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบมาตลอด รวมทั้งให้มีการประสานงาน และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวที่เป็นประโยชน์ให้และกันอย่างใกล้ชิด ระหว่าง เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่ ฝ่ายความมั่นคง เพื่อเสริมให้งานการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีผลไปถึงการปฏิบัติของ เจ้าหน้าที่ ในครั้งนี้"พ.อ.วินธัยกล่าว
พ.อ.วินธัยกล่าวว่า เหตุขว้างระเบิดครั้งนี้ หลังก่อเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ทันทีจำนวน 2 คน เพราะเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลการข่าวด้านความมั่นคงที่รวบรวมได้จากหน่วยราชการและจากประชาชนมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงมีข้อมูลพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัย และได้มีการจัดชุดสะกดรอยเฝ้าสังเกตติดตามกลุ่มผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้มาระยะหนึ่งแล้ว
กระทั่งผู้ต้องสงสัยได้มาก่อเหตุ เมื่อ 7มี.ค. ด้วยการขับขี่จักรยานยนต์มาขว้างระเบิดใส่ศาลอาญารัชดาฯ ทันทีหลังจากก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ที่ติดตามสะกดรอยอยู่ ได้ขับรถพุ่งชนรถจักรยานยนต์ผู้ก่อเหตุทั้งสองจนล้ม จากนั้นมีการขัดขืนและพยายามหลบนี้จนเกิดปะทะกันเล็กน้อย แต่สุดท้ายสามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้ทั้ง 2ราย"พ.อ.วินธัยกล่าว
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า คนร้ายทั้ง2 คน คือ นายยุทธนา เย็นภิญโย ที่ได้รับบาดเจ็บถูกยิง 4 นัดและนำตัวส่งโรงพยาบาลและ นายมหาหิน ขุนทอง อยู่ในการควบคุมตัวของ เจ้าหน้าที่เพื่อจะดำเนินการขั้นตอนการสอบสวนขยายผลต่อไป
"การก่อเหตุครั้งนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่จงใจก่อความไม่สงบ ที่สำคัญมีการเตรียมการและวางแผน มาล่วงหน้า ลักษณะไม่กลัวเกรงกฎหมาย ข่มขู่คุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สิน หวังให้เกิดความหวาดกลัว"พ.อ.วินธัยกล่าว
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุร้ายครั้งนี้ทั้งหมด มาเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย โดยเร็วที่สุด
ขณะนี้ในทางคดีเป็นการทำงานร่วมกันของ เจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายของ คสช. และรัฐบาล ที่พร้อมดูแลและป้องกันมิให้กลุ่มใดฝ่ายใดกระทำผิดกฎหมายและก่อความไม่สงบ โดยเด็ดขาด
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เกิดเหตุ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งตรวจสอบ และดำเนินการในทุกด้าน เพื่อสรุปและนำเข้าสู่การดำเนินคดีโดยเร็ว พร้อมแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบด้วย







