posttoday
จับตา ‘บทเฉพาะกาล’ เส้นทางอนาคต ‘คสช.’

จับตา ‘บทเฉพาะกาล’ เส้นทางอนาคต ‘คสช.’

04 มีนาคม 2558

หากจะบอกว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความคืบหน้าไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็คงอยู่ที่ราวๆ 70-80%

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

หากจะบอกว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความคืบหน้าไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็คงอยู่ที่ราวๆ 70-80% เนื่องจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้เขียนบทบัญญัติจำนวน 4 ภาค ประกอบด้วย ภาค 1 พระมหากษัตริย์และประชาชน ภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง ภาค 3 นิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และ ภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง รวมไปถึงบทสุดท้ายว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้ว

ส่วนอีกประมาณ 20-30% ที่เหลือ คือ บทเฉพาะกาล ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเตรียมพิจารณาในวันที่ 5 มี.ค. ...ความสำคัญของการมีบทเฉพาะกาลก็เพื่อหน่วงการใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา ภายใต้ระยะเวลาที่บทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนด นอกจากนี้ ยังเป็นบทรับรองสถานะให้กับบางองค์กรที่อาจได้รับผลกระทบในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรัฐธรรมนูญฉบับเก่ามาสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย

สำหรับโครงสร้างของบทเฉพาะกาลที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญอยู่ในระหว่างดำเนินการมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 การรับรองสถานะและกำหนดการสิ้นสุดขององค์กรที่ตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557

ในเบื้องต้นคณะ กมธ.ยกร่างฯ เตรียมพิจารณาเรื่องการคงอยู่และสิ้นสุดไปของ “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” (สนช.) และ “สภาปฏิรูปแห่งชาติ” (สปช.) โดยให้ทั้งสองสภาทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้ามาทำหน้าที่

สาเหตุที่ต้องให้ “สนช.-สปช.” มีสถานะอยู่ต่อไปหลังจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ เพราะต้องทำหน้าที่จัดทำร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นที่จำเป็นให้แล้วเสร็จ

เช่นเดียวกับ “คณะรัฐมนตรี” ก็อยู่ในข่ายที่จะได้รับการต่ออายุเหมือนกัน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี จะทำหน้าที่บริหารประเทศไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้ารับการส่งมอบการบริหารราชการแผ่นดินต่อจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

ขณะเดียวกันในส่วนนี้มีประเด็นที่ต้องจับตา คือ สถานะของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดิมทีในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 กำหนดให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) พ้นจากตำแหน่งตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แต่สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ยังอยู่ในระหว่างประกาศใช้กฎอัยการศึกและเพื่อรักษาความมั่นคง คณะ กมธ.ยกร่างฯ อาจจำเป็นต้องรักษา คสช.เอาไว้ ก่อนจะให้พ้นจากตำแหน่งไปพร้อม ครม.

ส่วนที่ 2 การกำหนดระยะเวลาดำเนินการเลือกตั้ง สส.และการได้มาซึ่ง สว.

ย้อนกลับไปที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 บัญญัติในบทเฉพาะกาล ว่า “ให้ดำเนินการเลือกตั้งสส.ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และดำเนินการให้ได้มาซึ่ง สว.ให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้”

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นคณะ กมธ.ยกร่างฯ ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะให้มีการเลือกตั้ง สส.และสรรหา สว.ภายในกี่วัน เพราะอยู่ในระหว่างการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งจำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ กฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมายเลือกตั้ง สส.และการได้มาซึ่ง สว. แต่ในหลักการแล้วจะต้องไม่ใช้ระยะเวลามากกว่าระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญฉบับเก่าเคยวางเอาไว้ เว้นเสียแต่จะมีการทำประชามติก็อาจทำให้การกำหนดระยะเวลาจัดการเลือกตั้งต้องเพิ่มขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม คณะ กมธ.ยกร่างฯ อาจจะสรุปเป็นหลักการไปก่อนว่าการเลือกตั้ง สส.ในอนาคตอาจจะให้อำนาจเต็มกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งการจัดเลือกตั้งและการวินิจฉัยคดีไปก่อน เนื่องจากคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) อาจยังไม่มีความพร้อมกับการจัดเลือกตั้ง

ส่วนที่ 3 การนิรโทษกรรม คสช.

เป็นประเด็นที่ฝ่ายเลขานุการคณะ กมธ.ยกร่างฯ ยังคิดไม่ตกว่าจะบัญญัติการนิรโทษกรรมไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดีหรือไม่ โดยมีข้อโต้แย้งในข้อกฎหมายว่าในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ. 2557 นิรโทษกรรมให้ คสช.ไว้แล้วก็ไม่ควรต้องไปนิรโทษกรรมซ้ำอีก

ขณะที่อีกมุมมองในทางการเมืองว่า หากใส่ถ้อยคำที่เป็นการนิรโทษกรรมเหมือนมาตรา 309 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 อาจเป็นจุดอ่อนที่กระทบต่อความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้

แต่ที่สุดแล้วฝ่ายเลขานุการจะนำเสนอไปก่อน เพราะถือเป็นแนวทางเดียวกับคณะ กมธ.ยกร่างฯในอดีตเคยดำเนินการมา

“คำนูณ สิทธิสมาน” โฆษกคณะ กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า การเขียนนิรโทษกรรมให้กับบรรดาใดๆ ของคณะรัฐประหารไว้ในรัฐธรรมนูญถาวร อาจถือว่าเป็นแนวทางที่มีการเคยปฏิบัติมาก่อน โดยเฉพาะกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ซึ่งส่วนตัวมองว่าการเขียนนิรโทษกรรมซ้ำในเรื่องดังกล่าวไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ เพราะการนิรโทษกรรมได้มีผลไปแล้วจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ. 2557 แต่ทั้งหมดคงขึ้นอยู่กับความเห็นของที่ประชุมคณะ กมธ.ยกร่างฯ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI