posttoday
รธน.ใหม่ ฟื้นอำนาจข้าราชการ

รธน.ใหม่ ฟื้นอำนาจข้าราชการ

04 มีนาคม 2558

จับทิศทางจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เริ่มปรากฏเค้าลางความชัดเจนในหลายส่วนจะพบว่า “ข้าราชการ” ถูกวางบทบาทให้กลับมาเป็น “กลไกสำคัญ”

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

จับทิศทางจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เริ่มปรากฏเค้าลางความชัดเจนในหลายส่วนจะพบว่า “ข้าราชการ” ถูกวางบทบาทให้กลับมาเป็น “กลไกสำคัญ” ในการขับเคลื่อนองคาพยพของฝ่ายบริหาร

เรียกได้ว่าเป็นการ “ฟื้นอำนาจ” ให้แวดวงสีกากีกลับมาสู่ยุคเรืองรองอีกครั้ง ถึงขั้นคาดการณ์กันว่านี่จะกลายเป็น “ดุลอำนาจใหม่” ที่จะมีนัยสำคัญต่อทิศทางการเมืองในช่วงหลังการเปลี่ยนผ่าน

“สัญญาณ” เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังรัฐประหาร เมื่อ “นักการเมือง” ถูกตีตราให้เป็นจำเลยของสังคม และนำพาประเทศมาสู่หล่มความขัดแย้งที่ยากจะก้าวพ้นไปได้ จนต้องวนกลับมาสู่สูตรเดิมที่ใช้กองทัพเป็นคนล้มกระดาน

จะเห็นว่าช่วงเวลานั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำเป็นต้องพึ่งพากลไกข้าราชการสานต่องานในช่วงตั้งไข่ ท่ามกลางความเป็นห่วงว่า “มุมมอง” และ “วิถีปฏิบัติ” ของข้าราชการจะไม่สามารถแก้ปัญหาในอดีตและเดินหน้าการปฏิรูปได้อย่างที่ต้องการ

ทว่า ในช่วงเวลานั้นที่สังคมเต็มไปด้วยความขัดแย้งรุนแรง เป็นเรื่องยากที่จะหาใครขึ้นมารับหน้าที่ “ขัดตาทัพ” สุดท้ายเมื่อไม่มีทางเลือก “ข้าราชการ” จึงต้องถูกดันมาอุดช่องว่างที่เกิดขึ้น

ดังจะเห็นได้จากโฉมหน้าค่าตาของ “รัฐมนตรี” ใน ครม.ประยุทธ์ 1 ที่นอกจากจะพบสัดส่วนตัวแทน “กองทัพ” หรือ คสช.แล้ว อดีตข้าราชการจำนวนไม่น้อยถูกดึงเข้ามาช่วยงานในหลายกระทรวง เช่นเดียวกับสัดส่วนตัวแทนในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งมาจากข้าราชการและอดีตข้าราชการจำนวนมาก 

ส่งผลให้ทิศทางการบริหารงานอยู่ในกรอบความคิดของข้าราชการเป็นหลัก ยิ่งกว่านั้นยังพบว่าหลายเรื่องขัดแย้งกับแนวทางปฏิรูปที่ควรจะเป็น อาทิ เรื่องการปฏิรูปพลังงานที่สังคมเรียกร้องให้สังคายนาระบบที่ไม่เป็นธรรม เสมือนจะเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนมากกว่าประชาชน แต่ข้าราชการประจำกลับพยายามผลักดันให้ทุกอย่างเดินไปตามกรอบเดิมจนสุดท้ายต้องมาสะดุดเสียงต้านจากสังคมทุกอย่างที่ชะลอออกไป

อีกทั้งกฎหมายหลายฉบับที่ผ่านการพิจารณาของ สนช.ในระยะแรกจะเห็นว่ามีจำนวนไม่น้อยที่เป็นเรื่องการขยับขยาย ปรับเปลี่ยนอำนาจให้เกิดความคล่องตัวของข้าราชการ

ยิ่งกว่านั้น หากส่องดูทิศทางอำนาจหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะพบว่ามีการเปิดช่องให้อดีตข้าราชการกลับเข้ามามีบทบาทสำคัญในสถานะ สว.ที่กำลังถูกครหาว่าเป็นการถอยหลังเข้าคลอง เมื่อกลับไปใช้ระบบการ “ลากตั้ัง” แทน “เลือกตั้ง”

ดังจะเห็นว่าที่มาของ สว.จะมาจากทั้งประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา มาจนถึงอดีตข้าราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ผบ.สส. ผบ.เหล่าทัพ พนักงานของรัฐในรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ อีกทั้งยังมีสัดส่วนจากผู้ทรงคุณวุฒิและคุณธรรมด้านต่างๆ เช่น การเมือง ความมั่นคง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่ยังรองรับข้าราชการและอดีตข้าราชการอีกด้วย

ที่สำคัญอำนาจ สว.รอบนี้ที่ยังคงไว้ซึ่งอำนาจถอดถอนนักการเมืองออกจากตำแหน่งร่วมกับ สส.แล้ว ยังสามารถเสนอร่างกฎหมายได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังเพิ่มอำนาจให้สว.ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรี รวมไปถึงปลัดกระทรวง และหัวหน้าส่วนราชการเทียบเท่าปลัด ซึ่งจะยิ่งทำให้กลไกอำนาจข้าราชการกลับมาแข็งแกร่ง และบีบให้อำนาจจากกลุ่มการเมืองอยู่ในกรอบ

สวนทางกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งข้าราชการถูกฝ่ายการเมืองลิดรอนอำนาจ แถมยังเข้ามาล้วงลูกแทรกแซงจนปั่นป่วนไปทั้งระบบ ถึงขั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

สอดรับกับสูตรเลือกตั้งจากเยอรมัน ที่จะลดบาทบาทพรรคการเมืองขนาดใหญ่ เปิดช่องให้กลุ่มการเมืองเข้ามาสู่ถนนการเมือง ซึ่งจะทำให้ดุลอำนาจเปลี่ยนไป

ความเข้มแข็งของข้าราชการยังถูกสร้างเกราะไม่ให้ถูกล้วงลูกด้วยนวัตกรรมใหม่อย่าง “คณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการโดยระบบคุณธรรม”

คณะกรรมการชุดนี้จะมี 7 คน ด้วยการเสนอรายชื่อ ประกอบด้วย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้รับเลือกจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน จำนวน 2 คน อดีตปลัดกระทรวง จำนวน 3 คน ซึ่งได้รับเลือกโดยผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าปลัดกระทรวง และประธานกรรมการจริยธรรมของทุกกระทรวง ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือจำนวน 2 คน

แม้ด้านหนึ่งจะมองว่าการสร้างความเข้มแข็งจนทำให้อำนาจข้าราชการมากเกินจนยากจะตรวจสอบถ่วงดุลได้

ยังไม่รวมกับองค์กรอิสระใหม่ๆ ที่จะมาตามรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ทั้งสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ คณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติ ที่สุดท้ายอาจจะเป็นช่องทางให้ข้าราชการหรืออดีตข้าราชการเข้ามาทำหน้าที่

สุดท้ายต้องลุ้นว่าการฟื้นคืนอำนาจข้าราชการจะส่งผลต่อการเมืองในอนาคตอย่างไร

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน