
กกต.โต้ฮาร์วาร์ดกล่าวหาเป็นสาเหตุปัญหาเลือกตั้ง2ก.พ.
กกต.โต้งานวิจัยฮาร์วาร์ด กรณีเลือกตั้ง 2 ก.พ. ชี้ไม่รู้กฎหมายไทย ประเมินไม่ตรงจุด
กกต.โต้งานวิจัยฮาร์วาร์ด กรณีเลือกตั้ง 2 ก.พ. ชี้ไม่รู้กฎหมายไทย ประเมินไม่ตรงจุด
เมื่อวันที่ 2 มี.ค. นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้งด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงตอบโต้งานวิจัยชี้วัดความสุจริตโปร่งใสในการเลือกตั้งของนักวิจัยมหาวิทยาลัยซิดนีย์และฮาร์วาร์ด ว่า รายงานดังกล่าวได้กล่าวถึงประเทศที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการเลือกตั้งและประเทศที่การเลือกตั้งเป็นปัญหา อีกทั้งในรายงานยังระบุว่าประเทศไทยถูกจัดอันดับในระดับปานกลาง แต่เมื่อพิจารณาลงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการประเมินและคำถามในการประเมิน โดยเฉพาะเรื่องการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งการประเมินนี้ประเทศไทยได้ 67 คะแนนจาก 100 คะแนน ซึ่งประเทศไทยไม่มีกระบวนการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ได้ใช้ระบบคัดมาจากทะเบียนราษฎรสำหรับผู้ที่อายุถึงเกณฑ์ที่จะใช้สิทธิเลือกตั้งคือ 18 ปี ดังนั้น จึงสะท้อนให้เห็นถึงระดับความน่าเชื่อถือในการประเมินของงานวิจัยชิ้นนี้ว่าไม่ตรงกับระบบเลือกตั้งของประเทศไทยแต่อย่างใด
นายบุณยเกียรติ กล่าวอีกว่า งานวิจัยยังระบุว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 องค์กรที่ดูแลการจัดการเลือกตั้ง อย่าง กกต.ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่มีการประกาศผลคะแนนการเลือกตั้งและการเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่ในงานวิจัยไม่ได้ลงรายละเอียด หรือข้อเท็จจริงในกฎหมายเลือกตั้งของประเทศไทยว่าการประกาศผลคะแนนการเลือกตั้งได้จะต้องนำบัตรลงคะแนนทั้งในและนอกราชอาณาจักร รวมทั้งบัตรลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าทุกหน่วยมานับรวมพร้อมกันจึงจะประกาศได้ แต่ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.นั้น ได้จัดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งได้ไม่ครบทุกหน่วย หน่วยเลือกตั้งเปิดได้เพียงร้อยละ 89 เนื่องจากมีเหตุแทรกซ้อนทางการเมือง จึงทำให้ไม่สามารถประกาศผลคะแนนเลือกตั้ง
นอกจากนี้ในบทสรุปในงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ได้ระบุว่า "การรณรงค์ข่มขู่ของขบวนการฝ่ายตรงข้าม และความขลาดกลัวในการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่มีอำนาจจัดการเลือกตั้ง เป็นปัญหาที่สำคัญ"
ขณะที่ข่าวที่แปลในสื่อไทย ได้ระบุว่า "ความพยายามทำลายการเลือกตั้งกลุ่มต่อต้านรัฐบาลประชาธิปไตยและการที่องค์กรที่ดูแลการเลือกตั้งไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมายคือปัญหาหลักของการเลือกตั้งในเมืองไทย" ในกรณีนี้แสดงให้เห็นคำแปลที่บิดเบือนรายงานการวิจัยอย่างชัดเจน
เมื่องานวิจัยและการนำเสนอของสื่อไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ทำให้กระทบต่อความเชื่อถือของกกต. ทั้งนี้สำนักงานกกต.จึงเตรียมที่จะทำหนังสือชี้แจงไปยังผู้วิจัยและสื่อต่างๆว่า กกต.ได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งตามกฎหมายทุกขั้นตอนอย่างเคร่งครัด แต่การเลือกตั้งมีแนวโน้มที่เห็นชัดว่าจะไม่บรรลุตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ จึงถือว่าไม่ใช่กกต.ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมายหรือขลาดกลัวต่อการบังคับใช้แต่อย่างใด







