
เกษตรฯดึง2พันล้าน ปรับวิธีอุ้มราคายาง
เกษตรฯ ปรับแผนใช้เงินพยุงราคายาง ขอผันเงิน 2,000 ล้านบาท
เกษตรฯ ปรับแผนใช้เงินพยุงราคายาง ขอผันเงิน 2,000 ล้านบาท
นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กำลังพิจารณาการใช้เงินพยุงราคายางพาราใหม่ เนื่องจากขณะนี้มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางจากนโยบายของรัฐในการตั้งกองทุนมูลภัณฑ์กันชนยางพารา และ 16 มาตรการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในด้านยางพาราเริ่มส่งผลออกมาทางบวกเพิ่มขึ้น ทำให้ราคายางพาราเพิ่มขึ้น แม้ว่าราคาน้ำมันจะดิ่งลงแรงกว่าที่คาดการณ์
ขณะนี้ราคาน้ำยางดิบขยับจากระดับ 37 บาท/กก. มาอยู่ที่ 47 บาท/กก. ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ขึ้นจาก 42-45 บาท มาอยู่ที่ 62 บาท/กก. และเชื่อว่าเมื่อถึงฤดูเปิดกรีดในวันที่ 15 พ.ค.นี้ ราคายางพาราแผ่นดิบจะขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 65 บาท/กก.
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ วางแผนจะใช้เงิน 2,000 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2558 สำหรับซื้อน้ำยางดิบและยางก้อนถ้วยจากเกษตรกรมาใช้เพื่อการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร สถาบันเกษตรกร แปรรูปยางเป็นยางแผ่นดิบ หรือยางแผ่นรมควันแทนเพื่อส่งขายให้กับองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเพิ่มมากขึ้น
รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า เหตุที่ไม่ต้องใช้เงิน 2,000 ล้านบาท เพราะขณะนี้น้ำยางเริ่มออกน้อยแล้ว ประกอบกับเมื่อรัฐบาลให้เงินมาซื้อน้ำยางได้ส่งผลทางจิตวิทยา ทำให้มีการแย่งซื้อในตลาดดึงราคาน้ำยางขึ้นมาแล้ว โดยจะของอนุมัติ ครม.ปรับการใช้เงินมาส่งเสริมกลุ่มเกษตร สถาบันเกษตรกร ซื้อเครื่องจักร เครื่องรีดยาง เพื่อให้รายย่อยรวมตัวแปรรูป โดยสนับสนุนเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ในบางรายการอาจให้เปล่า
สำหรับวงเงินดังกล่าว รัฐบาลมีมติให้ใช้ในโครงการมูลภัณฑ์กันชน 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ใช้ซื้อยางแผ่น 4,000 ล้านบาท ใช้ซื้อน้ำยางและยางก้อนถ้วย 2,000 ล้านบาท







