posttoday
ร่างรธน.ใหม่ทะลุเกิน300มาตรา

ร่างรธน.ใหม่ทะลุเกิน300มาตรา

28 กุมภาพันธ์ 2558

กมธ.เคาะตั้งสภาตรวจสอบภาคเมือง วางกลไกปฏิรูปสื่อ 3ด้าน

กมธ.เคาะตั้งสภาตรวจสอบภาคเมือง วางกลไกปฏิรูปสื่อ 3ด้าน

วันที่ 28 กพ. นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงว่า การประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯนอกสถานที่ตั้งแต่วันที่23-28ก.พ.ได้พิจารณาเสร็จแล้วมากกว่า100มาตรา แต่ถ้านับตั้งแต่การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดตั้งแต่ก่อนหน้านี้จนถึงปัจจุบันในบทสุดท้ายว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จะมีจำนวนมาตราทั้งสิ้น 310 มาตรา โดยยังไม่นับบทเฉพาะกาลที่ต้องมีการดำเนินการจัดทำในภายหลัง ทั้งนี้ จากจำนวน310มาตราดังกล่าว ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีจำนวนมาตรามากกว่ารัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 แต่ยังไม่มากกว่ารัฐธรรมนูญพ.ศ.2540

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้คณะกมธ.ยกร่างฯยังชะลอการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญใน4ประเด็น ได้แก่ 1.ควรกำหนดสัดส่วนของสุภาพสตรีและเพศตรงข้ามไว้ในสภาท้องถิ่นเป็นการเฉพาะจำนวน1ใน3หรือไม่ และ การกำหนดสัดส่วนสตรีในบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมือง 2.การปฏิรูปเรื่องระบบสุขภาพ โดยกำลังพิจารณาว่าจะกำหนดในหมวดปฏิรูปในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไร ซึ่งคณะกมธ.ยกร่างฯได้เห็นชอบกับหลักการเบื้องต้นแล้ว 3.การกำหนดกลไกในการขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไปในอีก 5ปีข้างหน้าว่าจะให้มีสภาหรือคณะกรรมการมาเป็นกลไกในการดำเนินการ และ4.กระบวนการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงว่าจะดำเนินการถอดถอนกันในสภาหรือในภาคประชาชน ในเบื้องต้นคณะกมธ.ยกร่างฯมีความเห็นร่วมกันว่าควรถอดถอนในรัฐสภา จะไม่ลงไปที่ภาคประชาชน แต่ภาคประชาชนจะถอดถอนบุคคลเฉพาะกรณีความผิดทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติให้ความเห็น

นายคำนูณ กล่าวว่า กระบวนการการทำงานของคณะกมธ.ยกร่างฯในสัปดาห์หน้าจะนัดประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 5 มี.ค. เพื่อให้เวลาการทำงานกับคณะอนุกมธ.ของคณะกมธ.ยกร่างฯไปดำเนินการกับการจัดทำบทบัญญัติในบทเฉพาะกาล และจัดทำเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อประกอบการพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ต่อไป รวมไปถึงการให้กมธ.ยกร่างฯบางท่านที่เป็นสมาชิกสปช.ไปทำหน้าที่ร่วมประชุมสปช.ในสัปดาห์หน้าด้วย

นายคำนูณ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน คณะกมธ.ยกร่างฯ ได้ให้ความเห็นชอบกับบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง คือ การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบของประชาชน โดยเห็นชอบให้มีการจัดตั้งสภาตรวจสอบภาคพลเมืองในแต่ละจังหวัด ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนไม่เกิน 50คน ซึ่งต้องมีภูมิลำเนาในจังหวัดนั้น โดยให้มีที่มาจากผู้แทนสมัชชาพลเมืองทั้งหมดไม่เกิน1ใน4และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมไม่เกิน1ใน4 และสมาชิกส่วนที่เหลือมาจากประชาผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

นายคำนูณ กล่าวว่า สำหรับสภาตรวจสอบภาคพลเมืองจะเป็นกลไกส่งเสริมให้พลเมืองในแต่ละจังหวัดได้มีส่วนร่วมโดยตรงในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภายในเขตจังหวัดของตนเอง ซึ่งจะมีการออกกฎหมายลูกเพื่อกำหนดกระบวนการในการได้มาซึ่งสมาชิกสภาตรวจสอบภาคพลเมืองต่อไป

นอกจากนี้ คณะกมธ.ยกร่างฯเห็นชอบกับเพิ่มบทบัญญัติการปฏิรูปสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยให้มีการดำเนินการ 3 แนวทาง ประกอบด้วย 1.ให้มีกลไกส่งเสริมผู้ปฏิบัติงานในวิชาชีพสื่อมวลชนให้มีเสรีภาพควบคู่กับความรับผิดชอบ เร่งพัฒนากลไกที่เป็นหลักประกันความเป็นอิสระจากการถูกครอบงำและแทรกแซงโดยอำนาจรัฐและทุน 2. เร่งพัฒนามาตรการและกลไกการกำกับดูแลสื่อสารมวลชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และ3.ให้มีกลไกการจัดสรรและแบ่งปันทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อให้โอกาสแก่ประชาชนได้เข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกัน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI