posttoday
กมธ.ตั้งคณะประเมินผลการใช้รธน.ทุก5ปี

กมธ.ตั้งคณะประเมินผลการใช้รธน.ทุก5ปี

27 กุมภาพันธ์ 2558

กมธ.ยกร่างฯกำหนดขั้นตอนแก้รธน.ใหม่บังคับส่งศาลตีความ-ประชามติตั้งคณะประเมินผลใช้รธน.ทุก 5 ปี

กมธ.ยกร่างฯกำหนดขั้นตอนแก้รธน.ใหม่บังคับส่งศาลตีความ-ประชามติตั้งคณะประเมินผลใช้รธน.ทุก 5 ปี

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงว่า ที่ประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯได้ให้ความเห็นชอบกับบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในบทสุดท้ายว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติม โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีความแตกต่างจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550อย่างชัดเจน

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนและเงื่อนไขของการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นยังกำหนดให้คณะรัฐมนตรี หรือ สส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1ใน4 หรือ สส.และสว.รวมกันไม่น้อยกว่า 1ใน5 หรือ ประชาชนจำนวน 5 หมื่นคนเข้าชื่อเพื่อยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ โดยประเด็นที่จะยื่นแก้ไขไม่ได้ คือ การแก้ไขที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

สำหรับกระบวนการแก้ไขเมื่อร่างรัฐธรรมนูญเข้าสู่รัฐสภาแล้วจะต้องดำเนินการเป็น 3 วาระตามปกติ ได้แก่ วาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ วาระที่ 2ขั้นการพิจารณารายมาตรา และ วาระที่ 3 ขั้นการลงมติให้ความเห็นชอบหลังจากผ่านการพิจารณารายมาตราเป็นเวลา 15 วัน โดยจะใช้เสียงไม่น้อยกว่า 2ใน3 ของเท่าที่มีอยู่ของสมาชิกรัฐสภาตัดสินว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม จะมีขั้นตอนการพิจารณากลั่นกรองเพิ่มเติมขึ้นมา ภายหลังร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาในวาระที่ 3 คือ การให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านรัฐสภาแล้วขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯภายใน 30 วัน และการให้ประชาชนใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ทั้งนี้ การจะทำประชามติเพื่อสอบความคิดเห็นจากประชาชนต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะกระทำเฉพาะกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหลักการพื้นฐานสำคัญ

โดยในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้หลักการพื้นฐานสำคัญ ประกอบด้วย 1.หลักประกันคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของพลเมืองในทางการเมือง 2.โครงสร้างของสถาบันการเมือง ซึ่งได้แก่ การมีสองสภา องค์ประกอบของแต่ละสภา การตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ กลไก้เพื่อการรักษาวินัยการเงินการคลังและการงบประมาณ 3.สาระสำคัญของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญวาด้วยหลักนิติธรรม ศาล และ องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ 4.สาระสำคัญของบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเรื่องการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง และ 5.หลักเกณฑ์การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า สำหรับกระบวนการทำประชามติจะเริ่มมาจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใดเป็นการแก้ไขหลักการพื้นฐานสำคัญ โดยการให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใดผ่านการทำประชามติหรือไม่จะต้องตัดสินด้วยคะแนนเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่ ถ้าเสียงข้างมากเห็นชอบก็จะมีการประกาศบังคับใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญต่อไป แต่ถ้าเสียงข้างมากไม่เห็นชอบก็มีผลให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนั้นตกไป

ขณะเดียวกัน พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ คณะกมธ.ยกร่างฯยังเห็นชอบกับการให้มีคณะผู้ทรงคุณวุฒิอิสระประเมินผลการใช้บังคับรัฐธรรมนูญในทุก 5 ปี โดยคณะผู้ทรงคุณวุฒิชุดนี้จะมาจากสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา คณะรัฐมนตรี ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองสูงสุด และองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ฝ่ายละ1 คน โดยกรณีที่คณะผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นสมควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปที่สภาฯ วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

เมื่อถามว่า หากรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน จะสามารถใช้ช่องทางตามมาตราดังกล่าวเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทันทีใช่หรือไม่ พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า หากรัฐบาลในอนาคตเห็นว่าจะต้อดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็สามารถยื่นแก้ไขได้ทันที เพราะคณะกมธ.ยกร่างฯไม่ได้กำหนดข้อห้ามเอาไว้ว่ารัฐธรรมนูญจะสามารถแก้ไขได้เมื่อพ้นระยะเวลากี่ปีภายหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ แต่สงสัยว่าถ้าเลือกตั้งเข้ามาแล้วจะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเลย จะเป็นการดำเนินการที่รวดเร็วเกินไปหรือไม่

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน