posttoday
เพิ่มรายได้แก้หนี้

เพิ่มรายได้แก้หนี้

26 กุมภาพันธ์ 2558

สัญญาณร้ายล่าสุด ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รายงานผลการส่งออกเดือนแรกของปีนี้ ว่า เดือน ม.ค. 2558 การส่งออกติดลบ 3.46% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน เพราะสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรติดลบ 13% จากยางพาราติดลบ 40.6% ข้าวติดลบ 13% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังติดลบ 12.1% อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูปติดลบ 9.7%

สัญญาณร้ายล่าสุด ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รายงานผลการส่งออกเดือนแรกของปีนี้ ว่า เดือน ม.ค. 2558 การส่งออกติดลบ 3.46% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน เพราะสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรติดลบ 13% จากยางพาราติดลบ 40.6% ข้าวติดลบ 13% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังติดลบ 12.1% อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูปติดลบ 9.7%

เมื่อพิจารณาแต่ละตลาดที่ไทยส่งออก ตลาดญี่ปุ่นยังติดลบ 7.5% สหภาพยุโรปหดตัว 5% เนื่องจากเศรษฐกิจทั้งสองประเทศฟื้นช้า การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย หรือคิวอี
ส่งผลให้ค่าเงินเยน และยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท

เช่นเดียวกับส่งออกไปจีนติดลบ 19.7% เนื่องจากส่งออกยางพาราหดตัว และจีนใช้นโยบายพึ่งพาสินค้าภายในประเทศ ตลาดอาเซียนติดลบ 0.7% เพราะอินโดนีเซียติดลบ 11.2% เนื่องจากกีดกันการค้าสูง มาเลเซียติดลบ 12.5% ตามการส่งออกสินค้ากลุ่มยานยนต์และเครื่องคอมพิวเตอร์ลดลง

อย่างไรก็ตาม มีเพียงส่งออกสหรัฐอเมริกาขยายตัว 6% เพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 เพราะเศรษฐกิจฟื้น และกลุ่มกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ยังขยายตัวได้ 6.8%

จากหัวจักรใหญ่การส่งออกซึ่งมีสัดส่วนถึงกว่า 60% ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต้องติดลบ การลงทุนภาคเอกชนคงเพิ่มขึ้นยาก จึงเหลือเพียง 2 เครื่องจักรเศรษฐกิจ คือ การใช้จ่ายภาครัฐกับการบริโภคภายในประเทศ ที่จะช่วยดันเศรษฐกิจไทยให้ยังโตได้ 4% ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าปีนี้

ทว่า การใช้จ่ายภาครัฐที่ผ่านมาก็ยังคงติดขัดในขั้นตอนระเบียบของระบบราชการ และการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เข้มข้น ผสมกับข้าราชการที่ผวาความผิดที่จะตามมาภายหลังจึงเกียร์ว่าง ทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุน 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ (ก.ย.-ธ.ค. 2557) จึงได้เพียงกว่า 10%

ดังนั้น รัฐบาลจึงหวังการบริโภคในประเทศมาเป็นอีกตัวช่วยดันเศรษฐกิจ ด้วยการอัดฉีดเงินลงรากหญ้าในรูปแบบต่างๆ เพราะคนระดับกลางล่าง หากมีเงินพร้อมใช้จ่ายให้เศรษฐกิจหมุนอยู่แล้ว ไม่เก็บเหมือนคนที่มีเงิน แต่จากหนี้ครัวเรือนที่สูง ล่าสุดปัญหาหนี้ครัวเรือนคาดเพิ่มจากปีก่อน 82% ปีนี้อาจมากขึ้นถึง 85% ของจีดีพีปีละกว่า 10 ล้านล้านบาท

เมื่อเป็นเช่นนี้ หากรัฐบาลหวังให้การบริโภคในประเทศเป็นตัวช่วยดันเศรษฐกิจ โดยไม่ให้ก่อปัญหาใหม่จากหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น รัฐบาลจึงต้องทำให้การบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างครบวงจร คือ ต้องทำให้คนมีรายได้เพิ่ม ต้องให้คนลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และต้องให้คนเลี่ยงการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น ซึ่งการจะเพิ่มรายได้ให้คน รัฐบาลก็รู้อยู่แล้วว่าต้องทำให้เศรษฐกิจมีการแข่งขัน มีนวัตกรรมใหม่ และมีการบริหารจัดการที่ดี จะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุน

หากรัฐบาลเพิ่มรายได้ให้คนได้มากกว่ารายจ่าย คนก็จะมีเงินใช้หนี้และบริโภคช่วยดันเศรษฐกิจให้โต ดังนั้นรัฐต้องเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้าน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI