
ศาลปกครองสั่งกฟผ.จ่ายเยียวยาชาวบ้านแม่เมาะ
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ กฟผ. จ่ายเงินค่าสินไหมให้กับชาวบ้าน อ.แม่เมาะ ที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้า
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ กฟผ. จ่ายเงินค่าสินไหมให้กับชาวบ้าน อ.แม่เมาะ ที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้า
เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ศาลปกครองเชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ประชาชนจำนวน 200 คน จาก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาคดีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปางกรณีละเมิดจากการปล่อยมลพิษจากฝุ่นละอองและก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สร้างปัญหาให้ชาวบ้านล้มป่วยและเสียชีวิต
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากจากกลุ่มเครือข่ายผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจาการทำเหมืองและผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ทางเครือข่ายผู้ป่วยฯ ได้ยื่นฟ้องการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฐานกระทำละเมิดอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมเรียกค่าเสียหายจาก กฟผ.แม่เมาะตั้งแต่ พ.ศ.2546 เป็นต้นมา
นายธีระศักดิ์ ชึขุนทด ทนายความกลุ่มเครือข่ายผู้ป่วยแม่เมาะ เปิดเผยว่า ศาลปกครองสูงสูดได้มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลปกครองเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ.2548 โดย ชาวบ้านทั้งหมดกว่า 477 คน มีผู้ได้รับค่าเสียหายจำนวน 131 ราย รวมถึงผู้เสียชีวิตไปแล้วด้วย ส่วนคดีความทั้งหมดที่หมดอายุความ ซึ่งมีผู้ฟ้องเป็นกลุ่มชาวบ้านนั้น บางส่วนที่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ ศาลถือว่ายังมีสิทธิ โดยจะนำเงินที่ได้จากการฟ้องร้องครั้งนี้นำไปหักในส่วนต่อค่าธรรมเนียมศาลที่ขาดอายุความก็จะสามารถยื่นขอความช่วยเหลือได้ต่อไป
อย่างไรก็ตามคำพิพากษาถือว่าน่าพอใจถึงแม้ว่าจะมีบางรายได้ค่าชดเชยจำนวนมาก บางรายได้ค่าชดเชยจำนวนน้อยก็ตาม ซึ่งเงินค่าใช้จ่ายชดเชยค่าเสียหายที่ กฟผ. ต้องชดใช้รวมจำนวน 25 ล้าน ไม่รวมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปี ชาวบ้านจะได้เงินต่ำสุดรายละ 20,000 บาท สูงสุด 240,000 บาท
ด้าน นางปราณี อินปัญโย 43 บ้านสบกลาง ม.6 ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาเป็นตัวแทนบิดาที่เสียชีวิตไปแล้วด้วยโรคมะเร็งสมอง และไซนัส ซึ่งผลการพิจารณาคดีครั้งนี้ครอบครัวตนได้รับเงินชดเชยเพียง 200,000 บาท ถือว่าไม่พอกับการที่ครอบครัวต่อสู้มานาน และต้องย้ายบ้านออกจากพื้นที่ อ.แม่เมาะไปอยู่ที่อื่นซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวไม่พอในการดำเนินการแน่นอน รวมทั้งบุตรสาววัย 10 ขวบยังป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจส่วนบน อักเสบเรื้อรังที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นจำนวนมาก
ขณะที่ นางมะลิวรรณ นาควิโรจน์ ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง กล่าวว่า พอใจในคำตัดสินของศาลแม้ว่าบางคนจะได้ค่าเยียวยาน้อยก็ตาม ซึ่งที่ผ่านมาได้ต่อสู้มาระยะเวลาที่ยาวนานถึง 11 ปี ตั้งแต่เป็นคดีความปี พ.ศ.2546 จนกระทังถึงปัจจุบันนี้ อย่างน้อยก็ได้พิสูจน์ให้สาธารณชนได้รู้ว่า ชาวแม่เมาะได้รับผลกระทบจริง เพื่อเป็นต้นแบบชุมชนอื่นที่จะต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเอง กรณีดังกล่าวจะเป็นตัวอย่างให้กับ กฟผ.ที่จะตั้งโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านหินแห่งอื่นก็ต้องให้ระมัดระวังและเลือกสถานที่ที่เหมาะสมคือให้ห่างไกลชาวบ้านและชุมชน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบแบบเดียวกันชาวบ้านใน อ.แม่เมาะ







