
ผีเสื้อขยับปีก
โดย...สะเทือนดาว
โดย...สะเทือนดาว
ปิดฉากลงชนิดแทบจะไม่มีความหมาย สำหรับเวที “เดินหน้าประเทศไทยเพื่อความมั่นคงทางพลังงานที่ยั่งยืน” ซึ่งจัดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา นั่นเพราะต่างฝ่ายต่างยืนยันข้อมูลของตัวเอง และข้อมูลเหล่านั้นก็เป็นข้อมูลเดิมๆ ที่ เคยได้ยินกันมาแล้ว ทั้งสิ้น ...
... บทสรุปเดียวที่เกิดขึ้นในเวทีเพื่อหาออกการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 คือทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านตกลงที่จะตั้ง “คณะกรรมการร่วม” เพื่อพิจารณาประเด็นปัญหาและยังมีความเห็นขัดแย้งกัน และให้เสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อนวันที่ 16 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นกำหนดเวลาให้เอกชนยื่นสำรวจ ...
... เท่าที่ฟังๆ ดู “สะเทือนดาว” ไม่แน่ใจว่า ข้อเสนอ-สาระสำคัญ ในเวทีเสวนาจะเกิดคุณูปการกับประชาชนอย่างแท้จริง ... แม้แต่ฝ่ายคัดค้านสัมปทานที่ยืนยันให้เปลี่ยนระบบการจัดการเป็น “แบ่งปันผลประโยชน์” ก็ไม่แน่ว่า ชาวบ้านตาดำๆ จะได้รับประโยชน์จริงๆ ...
... นั่นเพราะฝ่ายคัดค้านเอาหลังพิง ชาติ ไว้อย่างเดียว เป้าหมายการคัดค้านจึงเพื่อปกป้องประโยชน์ ชาติ ซึ่งก็ไม่รู้ว่า เมื่อ ชาติ ได้ประโยชน์มากขึ้น ชาวบ้านตาดำๆ จะได้รับประโยชน์ร่วมอย่างไร ...
... ตลอดการเสวนา (หรือก่อนมีการเสวนาด้วยซ้ำ) น้อยครั้งที่จะได้ยินตัวแทนฝ่ายสนับสนุน-คัดค้าน พูดถึง ความเดือดร้อนของชาวบ้าน ทั้งปัญหาสุขภาพ สิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชน ฯลฯ หนำซ้ำฝ่ายคัดค้านยังเคยแสดงท่าทีผ่านการให้สัมภาษณ์ประหนึ่งว่า ถ้าเปลี่ยนเป็นระบบแบ่งปันผลประโยชน์แล้ว จะยอมให้ขุดปิโตรเลียมต่อไปได้ ...
... นาทีนี้ชาวบ้าน นามูล-ดูนสาดจ.ขอนแก่น ระทมทุกข์ถึงขีดสุด ห่างจากชุมชนออกไป 5 กิโลเมตร คือผืนดินสัมปทานขุดสำรวจปิโตรเลียม กว่า 1 สัปดาห์ที่มีทหาร-ตำรวจ ตั้งแถวปกป้องรถขนอุปกรณ์
ขุดเจาะเข้าพื้นที่ ...
... น่าแปลกที่ไม่ค่อยได้ยินใครพูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย จะมีก็แต่ รสนา โตสิตระกูล สปช.ด้านพลังงาน ที่นำคณะลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เยี่ยมเยียนชาวบ้านนามูล-ดูนสาด ...
... ภายใต้อำนาจกฎอัยการศึกที่ชาวบ้านถูกกระทำซ้ำซาก แน่นอนว่าผลประโยชน์ชาติเราต้องยืนหยัดปกป้อง แต่ “ประชาชน” ควรได้รับการปกป้องก่อนเป็นลำดับแรกไม่ใช่หรือ







