
กทม.การันตี งาน "ล้างท่อ" ไม่ยี้สุดในโลก
มีการดูแลเจ้าหน้าที่กลุ่มงานกำจัดขยะและกลุ่มงานลอกท่อเป็นพิเศษ ด้วยการฉีดวัคซีนและ ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างต่อเนื่อง
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
ภายหลัง “เดลีเมล” สื่อสัญชาติอังกฤษประโคมข่าวว่า งาน “ลอกท่อระบายน้ำ” ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) อาจเป็นงานที่ “แย่ที่สุดในโลก” เพราะพนักงานต้องใช้มือเปล่าๆ ในการขจัดสิ่งปฏิกูล โดยปราศจากเครื่องป้องกันและไม่อาจปฏิเสธงานได้
อดิศักดิ์ ขันตี รองปลัด กทม. และอดีตผู้อำนวยการสำนักระบายน้ำ ออกโรงปฏิเสธทันควัน โดยยืนยันว่าพนักงานมีเครื่องมือป้องกันในการปฏิบัติงานทุกครั้ง
“หากเป็นท่อเล็ก ลึกไม่เกิน 1-2 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องทำงานในลักษณะยืนและจะสวมถุงมือป้องกัน แต่ถ้าลึกลงไปในระดับที่เป็นอันตรายต่อการหายใจ ก็จะใช้เครื่องจักรเข้ามาทำงานแทน” อดิศักดิ์ กล่าวชัด
รองปลัด กทม.รายนี้ให้ข้อมูลอีกว่า หลายประเทศในทวีปเอเชียยังใช้วิธีการส่งคนลงไปลอกท่ออยู่ เพราะในบางลักษณะงานการใช้แรงงานคนมีประสิทธิภาพมากกว่า ทำได้เยอะกว่า ดังนั้น การใช้แรงงานคนจึงยังมีความจำเป็น
สอดคล้องกับ นพ.ชวินทร์ ศิรินาค รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย ที่อธิบายเพิ่มเติมว่า สำนักอนามัยมีขั้นตอนดูแลเจ้าหน้าที่กลุ่มงานกำจัดขยะและกลุ่มงานลอกท่อเป็นพิเศษ ด้วยการบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก พร้อมทั้งตรวจสุขภาพประจำปีอย่างต่อเนื่อง
“คนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงดังนั้นจึงต้องมีมาตรฐานกำหนดที่รัดกุม โดยห้ามลงไปปฏิบัติงานหากร่างกายมีบาดแผลแม้เพียงเล็กน้อย นั่นเพราะจะทำให้เชื้อโรคที่มีอยู่ในท่อจำนวนมหาศาลเข้าสู่ร่างกายได้” นพ.ชวินทร์ ระบุ
ขณะที่ สัญญา ชีนิมิตร ปลัด กทม. ให้ภาพการดำเนินนโยบายว่า การขุดลอกท่อระบายน้ำของ กทม. มีขั้นตอนดำเนินงานตามแผนปฏิบัติ ตั้งแต่ช่วงเดือน ต.ค.-เม.ย.ของทุกปี ปัจจุบันมีรถดูดล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ หรือรถดูดเลน มีระบบคัดแยกน้ำกับสิ่งปฏิกูลออกจากกัน เพื่อช่วยขุดลอกท่อระบายน้ำให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยสำนักการระบายน้ำมีรถดูดเลนจำนวนทั้งสิ้น 12 คัน และกระจายไปประจำในแต่ละสำนักงานเขตอีกแห่งละ 1 คัน
พร้อมกันนี้มีการจัดจ้างกรมราชทัณฑ์ปีละประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อระดมกำลังในการขุดลอกท่อระบายน้ำ
“กรณีท่อระบายน้ำมีขนาดเล็กและมีเศษวัสดุขนาดใหญ่กีดขวางทางน้ำจำเป็นต้องใช้คนลงไป เพื่อตรวจสอบและนำสิ่งปฏิกูลออกมาจึงจะสำเร็จ เพื่อให้เครื่องจักรทำงานที่เหลือต่อไป ส่วนการใช้คนงานลงไปลอกท่อจะมีอุปกรณ์ทำงานป้องกัน ประกอบด้วย ไม้ไผ่ทางยาว เชือก ลูกลากตามขนาดของท่อระบายน้ำ ถังใส่เลน และรถขนเลน ซึ่งไม่ได้ใช้มือเพียงอย่างเดียว” ปลัดสัญญา อธิบาย
ขยายความเพิ่มเติมจาก สมโภชน์ พงษ์เสมา ผู้อำนวยการเขตมีนบุรี ที่บอกว่า การปฏิบัติงานของสำนักงานเขตจะใช้การจัดจ้างกรมราชทัณฑ์ตามงบประมาณประจำปี โดยคิดค่าจ้างเป็นตารางเมตร ซึ่งในเขตมีนบุรีมีท่อระบายน้ำขนาดเล็กแยกย่อยภายในซอยต่างๆ เป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องใช้แรงงานคน
“ยืนยันว่ากระบวนการลอกท่อไม่มีการส่งคนลงไปมุดท่อทั้งตัว แต่จะใช้ไม้ใผ่และเชือกทำการชักลากสิ่งปฏิกูลออกมา รวมถึงการใช้รถดูดท่อทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้วย” ผู้อำนวยการเขตรายนี้กล่าวชัด
วิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ บอกว่า งานล้างท่อไม่ใช่การใช้คนมุดลงไปในท่อ แต่เป็นการลงไปตรงบ่อพักโดยใช้แรงงานคนตักเศษซากขยะภายในท่อ ซึ่งผู้ต้องขังเองจะได้การลดจำนวนวันต้องโทษเพราะได้บำเพ็ญประโยชน์สาธารณะ
“งานลอกท่อเป็นการตรากตรำ ผู้ต้องขังที่ออกมาทำงานต้องมีการดูแลเรื่องสุขลักษณะอย่างดี กรมราชทัณฑ์จะฉีดยากันบาดทะยักก่อนออกปฏิบัติงาน ตรวจร่างกาย มีจุดอาบน้ำที่ล้างตัวให้สะอาดหลังทำงาน จุดพักสำหรับนักโทษที่ทำงานล้างท่อ” อธิบดีกรมคุก อธิบายชัด
สำหรับนักโทษที่นำมาลอกท่อนั้นต่อปีเฉลี่ยอยู่ประมาณ 300-500 คน มาจากเรือนจำประมาณ 10 แห่ง แห่งละ 50 คน แบ่งเป็นกองและจุดความรับผิดชอบ ยืนยันว่าการออกมาทำงานลอกท่อก็เป็นการสมัครใจของผู้ต้องขังเอง ทางราชทัณฑ์ไม่มีการบังคับ
อีกทั้งนักโทษเหล่านั้นจะได้เบี้ยเลี้ยงจากการทำงานที่ กทม. ว่าจ้างด้วย







