
ตามรอย‘บรรพต’ คลิปล้มเจ้า
“ผมขอไถ่บาปตัวเอง และไปรับฐานานุกรรมตามที่ควรได้รับ”...นี่เป็นหนึ่งในถ้อยคำรับสารภาพของ “บรรพต” หรือ “หัสดิน อุไรไพรวัน”
โดย...ทีมข่าวโต๊ะการเมืองโพสต์ทูเดย์
“ผมขอไถ่บาปตัวเอง และไปรับฐานานุกรรมตามที่ควรได้รับ”...นี่เป็นหนึ่งในถ้อยคำรับสารภาพของ “บรรพต” หรือ “หัสดิน อุไรไพรวัน” อายุ 64 ปี ผู้ต้องหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูงฯ ตามกฎหมายอาญา
มาตรา 112 หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เข้าชาร์จทำการจับกุมตัวได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยศูนย์วิจัย เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งนี้นามแฝง “บรรพต” เป็นการเลียนแบบชื่อของ“บรรพต วีระใส” นักวิชาการอิสระ
สำหรับคดีนี้ ถือเป็นคดีที่ทางรัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความสำคัญ และต่อเนื่องจากกับคดีแถลงการณ์ปลอม ซึ่งสังเกตได้ว่าเป็นคดีที่ง่ายต่อการจับกุม หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ผู้ต้องหารายนี้มีการทำคลิปเสียงหมิ่นเบื้องสูงภายในประเทศ โดยการแกะรอยจากคลิปวิดีโอ และการสนทนาผ่านโทรศัพท์ของบรรดา ผู้ต้องหา จนนำไปสู้การจับกุมผู้ใช้นามแฝงว่า “บรรพต” ในที่สุด...
อย่างไรก็ตาม แม้ “หัสดิน” หรือ “บรรพต” จะไม่ได้การยอมรับในบรรดานักวิชาการเสื้อแดง หัวก้าวหน้า โดยเฉพาะนักวิชาการ “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” ที่ปรามาสว่าเป็นพวก “เพ้อเจ้อ” หลังจากฟังข้อมูลที่ปรากฏภายในคลิปเสียง แต่ต้องยอมรับว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นหนึ่งในแนวร่วม ที่เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา
ทั้งนี้ แนวทางชีวิตของ “หัสดิน” นั้นเรียนจบจากโรงเรียนอัสสัมชัญคอมเมิร์ซ และไม่เคยได้รับปริญญาใดๆ ก่อนเดินทางไปยังต่างประเทศ และกลับมายังประเทศไทย ซึ่งมีส่วนร่วมกับชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดง โดยเจ้าตัวมีความศรัทธาในตัวของ “สุรชัย แซ่ด่าน” โดยเฉพาะคลิปที่หัสดินสร้างขึ้นจะเน้นแนวความคิดเรื่องของการ “ล้มสถาบัน” และกล่าวหาสถาบันว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2549...
หัสดิน ส่วนใหญ่มักเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดงในปริมณฑล ที่มีกลุ่มวิทยุประชาชนฯ เป็นหัวแรงในการเคลื่อนไหว จนในที่สุดผู้ต้องหารายนี้จึงทำการอัดคลิปเสียงและเผยแพร่ทางเว็บไซต์ พร้อมกับอัดลงแผ่นซีดีวางขายตามการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง
สำหรับเครือข่ายการทำงานในแก๊งของหัสดินนั้น มีแบ่งหน้าที่การทำงานออกเป็น 2 ส่วน คือ ฝ่ายปฏิบัติการ ตั้งแต่รับเงินจากกลุ่มทุน วิธีการทำคลิปเสียง จนถึงการวางแผ่นขาย โดยกลุ่มปฏิบัติการ ประกอบด้วย ดำรงค์ ชาญสิทธิโชค, ศิวาพร ปัญญา, เงินคูณ อุดมคุณากร, ไพศิษฐ์ จิรประดับวงศ์, สุรัช สมิตชาติ และอัญชัญ ปรีเลิศ
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มแนวร่วม ประกอบด้วย ชโย อัญชลีพัชระ, ราชกวี ปรางค์ชัยกุล, เฉลียว จันเขียด และพงษ์ศักดิ์ ศรีบุญเพ็ง และสุดท้ายกลุ่มผู้แสวงหาผลประโยชน์ ได้แก่ ธารา วานิชพงษ์พันธุ์
ทั้งนี้ ทางตำรวจได้ประสานให้ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ “หัสดิน” หลังพบว่าเงินที่ผ่านบัญชีในชื่อบุคคลอื่นในเครือข่าย อย่างน้อย 6 บัญชี มีเงินไหลเวียนเข้ามาเดือนละหลักแสน จนถึงล้านบาท...
โดยส่วนใหญ่มาจากบัญชีปลายทางที่ต่างประเทศ แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธว่าทำงานนี้แค่คนเดียว ไม่ได้มีกลุ่มทุนอยู่เบื้องหลัง แต่เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีได้ข้อมูลมาว่า งานนี้มีกลุ่มนักวิชาการเสื้อแดงที่มีดีกรีทั้งที่ยังเป็นอาจารย์ และอดีตอาจารย์ ในมหาวิทยาลัยชื่อดัง อย่างตัวย่อ “ส.” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในฐานะผู้ช่วยเผยแพร่และสมทบเงินสนับสนุน ร่วมทุนกลุ่มทุนเสื้อแดงจากประเทศยุโรป
เท่านั้นไม่พอหลังจากนี้จะต้องจับตาดูว่าจะมีคนมีสีระดับในวงการเข้ามาเอี่ยวเกี่ยวพันหรือไม่ เพราะช่วงโอกาสนี้เป็นเวลาเดียวที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะฉวยโอกาสล้างบางกลุ่มหมิ่นสถาบันในคราวนี้ให้หมดไป มิเช่นนั้นแล้วถ้ามีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่ไม่สามารถทำเรื่องสำคัญได้ การเข้ามาแก้ปัญหาปมขัดแย้งของ คสช.ก็จะเสียของ
ฉะนั้น การดำเนินการเกี่ยวกับ ผู้ต้องหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงเป็น เรื่องที่ท้าทาย คสช.ยิ่ง ว่าผลสุดท้ายจะตามล่าหาต้นตอแท้จริงได้หรือไม่







