
ขอสื่ออย่าจ้องโจมตีมัวขัดแย้งรธน.เสร็จไม่ทัน
นายกฯเตือนสื่อบางแห่งจ้องโจมตีย้ำคสช.ไม่ใช่ศัตรูท่านหัดคิดใหม่ถ้ามัวแต่ขัดแย้งร่างรธน.เสร็จไม่ทันทำอย่าง
นายกฯเตือนสื่อบางแห่งจ้องโจมตีย้ำคสช.ไม่ใช่ศัตรูท่านหัดคิดใหม่ถ้ามัวแต่ขัดแย้งร่างรธน.เสร็จไม่ทันจะทำอย่างไร
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติถึงการทำงานของสื่อมวลชนขอให้คำนึงถึงความสงบสุขของประเทศไม่ควรตั้งคำถามสร้างความขัดแย้ง พร้อมกับให้สื่อหาคำตอบด้วย หากความขัดแย้งดำรงอยู่ร่างรธน.เสร็จไม่ทันทำอย่างไร หลังเลือกตั้งยังตีกันเหมือนเดิมทำอย่างไร ชี้งคสช.ไม่ได้เป็นศัตรูกับสื่อมวลชน
“ในส่วนของสื่อมวลชนต้องช่วยกัน ผมก็ขอทุกครั้ง ผมก็พยายามช่วยท่าน ให้ท่านมีอาชีพ มีรายได้ มีข่าวสารที่ดี ๆ ถึงประชาชน ฝากขอความกรุณาสร้างความเข้าใจด้วย อย่าไปขยายในเรื่องที่เป็นความขัดแย้ง ถามอะไรที่ดี ๆ บ้าง ผมก็ตอบทุกครั้ง เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรที่สังคมสนใจ แต่ไม่เกิดประโยชน์เลย ก็ถามให้น้อยลง และไม่ถามในเชิงขัดแย้ง ผมก็ไม่ต้องไปทะเลาะกับคนอื่น ถ้าจะบอกว่าผมก็ไม่ต้องตอบ อีกหน่อยผมก็ไม่ต้องพบท่านก็แล้วกัน ง่ายดี เพราะฉะนั้นระมัดระวัง ผมก็ระมัดระวังตัวของผมเองด้วย ช่วยกัน วันนี้เราต้องร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า สำหรับการเข้ามาของ คสช. และรัฐบาลนั้น หลายคนอาจจะลืมอีกแล้ว คนไทยลืมง่าย เพราะฉะนั้นวันนี้เราเข้ามาเป็นรัฐบาล มุ่งหวังเพื่อจะหยุดความขัดแย้ง หยุดความรุนแรง และนำพาประเทศให้สงบสุข ยั่งยืน มีการปฏิรูปซึ่งไม่เคยทำได้ ทุกรัฐบาลก็อยากจะทำแต่ทำไม่ได้ วันนี้เราเริ่มทำได้แล้ว เพราะฉะนั้นก็ให้เข้าใจว่าเรามีเจตนาอย่างไร เราพยายามจะทำให้ดี ให้เร็ว ตามโรดแม็ป แต่บางคน บางสื่อก็พยายามจะเร่งเวลาให้เร็วกว่านั้น ตำหนิติเตียนหาช่องทางขัดขวาง ผมเข้าใจว่าคนส่วนใหญ่อยากให้เกิดสิ่งดี ๆ ขึ้น ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย เสียดายเวลา เสียดายโอกาส เสียชีวิต และบาดเจ็บไปมากมาย และมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
“อยากให้หาช่องทางที่ถูกต้อง เสนอความคิดเห็น คำแนะนำมาได้ ไม่ใช่ไปตอบโต้กันหรือเอาชนะกับ คสช. ผมคิดว่า คสช. ไม่ใช่ ศัตรูท่าน ก่อนหน้านี้เราไม่มี คสช. ท่านลองนึกดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก็มีความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ขับเคลื่อนประเทศไม่ได้ พัฒนาไม่ได้ เศรษฐกิจไม่เดินหน้า ต่างชาติไม่เข้ามาเที่ยว แล้ววันนี้ คสช. เข้ามาเพื่อแก้ไข เพราะฉะนั้นวันนี้อย่ามองรัฐบาลเป็นศัตรู เราไม่ได้มาจากการเมือง ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้มาจากประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวย้ำว่า วันนี้เราเข้ามาแก้ปัญหา ไม่ใช่ว่าสิ่งใดที่เราทำก็ผิดไปทั้งหมด หรือถูกไปทั้งหมด ก็ไม่ได้ว่าอย่างนั้น วันนี้ก็พยายามมาแก้ไขในเรื่องของการพัฒนาคน การใช้จ่ายงบประมาณ การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา กฎหมาย และเรื่องการบริหารราชการ เพื่อเป็นอนาคต และข้อสำคัญคือเรื่องของการปฏิรูป ต้องใช้เวลาทั้งสิ้น
“ผมก็ไม่ต้องการที่จะให้นานไปกว่าโรดแม็ป แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับทุกคนด้วย ต้องช่วยผม ถ้าถึงเวลาแล้วไปไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร อย่างที่ผมเรียนไปแล้วว่า ถ้ารัฐธรรมนูญร่างไม่เสร็จแล้วจะทำอย่างไร ก็ตอบผมมาแล้วกัน หรือไม่ก็เลือกตั้ง ก่อนเลือกตั้งแล้วมีความรุนแรงเกิดขึ้นต่อต้านกันขึ้นแล้วจะทำอย่างไร เตรียมคำตอบให้ผมแล้วกัน หรือไม่ถ้าเลือกตั้งได้ หลังเลือกตั้งจะขัดแย้ง ขัดขวางกันแบบเก่าหรือไม่ นั่นเป็นสิ่งที่ต้องไปถามคนอื่นด้วย สำหรับผมเองนั้นยืนยันอยู่เสมอว่า เป็นไปตามโรดแม็ป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประชาชน แต่ถ้าหากประชาชนยังเร่งรัดและพยายามที่จะเลือกตั้ง หรือพยายามที่จะต่อต้านให้เราทำอะไรไม่สำเร็จสักเรื่อง แล้วกลับไปสู่การเลือกตั้ง ก็จะกลับมาเป็นแบบเดิม อย่างนั้นผมก็ช่วยท่านไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศเลือกกันเอง ต้องยอมรับในความสำเร็จ หรือในความผิดพลาด เพราะฉะนั้นคงมาโทษ คสช. ไม่ได้ เพราะว่าเรื่องดังกล่าวเกิดมาก่อนที่ คสช. เกิดขึ้น ก็ขอให้ช่วยกันกลับไปคิดใหม่ว่าเราต้องทำอะไรกันบ้าง” นายกฯ ย้อนถามสื่อที่ถามแต่ความขัดแย้ง โดยไม่คิดถึงทางออกสู่ความสงบสุข.







