
เทพไทแฉพิรุธเงินร้อนโผล่บัญชีสส.
"เทพไท"แฉพิรุธบัญชีนักการเมืองถูกอายัด พบ 30 ล้านโผล่ทั้งไม่มีธุรกิจอื่น ขู่แจงไม่เคลียร์อาจผิดก่อการร้ายฐานสนับสนุนการชุมนุนม
"เทพไท"แฉพิรุธบัญชีนักการเมืองถูกอายัด พบ 30 ล้านโผล่ทั้งไม่มีธุรกิจอื่น ขู่แจงไม่เคลียร์อาจผิดก่อการร้ายฐานสนับสนุนการชุมนุนม
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การอายัดการทำธุรกรรมการเงิน 86 บัญชี ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดง แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม แต่ที่น่าสนใจก็คือกลุ่มที่เป็นนักการเมือง ซึ่ง สส.บางคนมีเงินหมุนเวียนในรอบเดือน 20-30 ล้าน และมีพฤติกรรมการเบิกจ่ายทันที หรือภายใน 3 วันบ้าง และไม่สามารถอธิบายได้ว่าที่มาของเงินเหล่านั้นมาจากไหน
ทั้งนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่า เงินที่เข้าบัญชี สส.เหล่านี้ที่ไม่มีประวัติเป็นนักธุรกิจ หรือ ทำธุรกิจมาก่อน ตนเองเข้าใจว่าเป็นการโอนเงิน เพื่อไปจัดการเรื่องม็อบ ขนคนเสื้อแดงมาชุมนุม จึงทำให้เห็นว่ามีการเบิกถอนเงินในเวลารวดเร็ว และเหลือเงินค้างในบัญชีบ้างในจำนวนหนึ่ง ซึ่งสันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นค่าหัวคิว
"ยอดเงินที่ปรากฎตามข่าวก็เป็นจำนวนสูงถึง 1 แสนล้าน แต่เข้าใจว่าเงินที่ใช้ในการชุมนุมอาจจะไม่ถึงแสนล้านตามกระแสเงินที่ปรากฎตามข่าว จึงอยากให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือบุคคลที่เชื่อว่ามีความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ออกมาแสดงหลักฐานให้ชัดเจน
นายเทพไท กล่าวว่า การที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาแก้ต่างว่า เป็นเรื่องการเบิกเงินเพื่อไปใช้หนี้ หรือไปทำธุรกิจ นั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรง ที่จะนำพยานหลักฐาน หรือใบเสร็จในการชำระหนี้ของบุคคลเหล่านี้มายืนยันกับเจ้าที่ได้ แต่บางเรื่องที่ไม่มีที่มาที่ไปที่ชัดเจน และไม่สามารถอธิบายต่อสังคมได้ได้จริงๆ
ทั้งนี้ในรายละเอียดพบว่าช่วงวันที่ 1 -17 พ.ค. เป็นช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง อย่างร้อนแรง ซึ่งมีกระแสเงินเคลื่อนไหวในบัญชีสูงถึง 7 พันล้าน ซึ่งมีเหตุผลใดใดที่ต้องมีการชำระหนี้หรือต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในห้วงเวลาประจวบเหมาะกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง ตรงนี้บุคคลที่เกี่ยวข้องและถูกกล่าวหาจะต้องไปชี้แจง และเชื่อว่ารัฐบาลก็พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากชี้แจงไม่ได้ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย ฟอกเงิน ป.ป.ง และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สามารถดำเนินเอาผิดฐานก่อการร้าย ในฐานะผู้สนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมได้







