posttoday
'บิ๊กตู่'ยาหอมญี่ปุ่น เพิ่มการลงทุนในไทย

'บิ๊กตู่'ยาหอมญี่ปุ่น เพิ่มการลงทุนในไทย

10 กุมภาพันธ์ 2558

การเดินทางเยือนญี่ปุ่นเป็นวันที่ 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

การเดินทางเยือนญี่ปุ่นเป็นวันที่ 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ใช้โอกาสชี้แจงถึงโรดแมปทางการเมืองที่กำลังเดินหน้าปฏิรูป และได้ยืนยันต่อนายกฯ ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น รวมถึงภาคเอกชนญี่ปุ่น ว่าไทยจะจัดให้มีการเลือกตั้งได้โดยเร็วในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปี 2559 ระหว่างการหารือเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา

พิชาย ชื่่นสุขสวัสดิ์ บรรณาธิการบางกอกโพสต์ รายงานจากญี่ปุ่นว่า ภายหลังการหารือระหว่างนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ และนายกฯ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น ร่วม 45 นาที ได้มีการออกแถลงการณ์รวมถึงสถานการณ์ทางการเมือง ความมั่นคง และการแลกเปลี่ยนบุคลากร รวมถึงความร่วมมือกันในประเด็นต่างๆ ของภูมิภาคและโลก

“ผมให้สัญญาว่าประเทศไทยจะกลับมาเป็นประเทศที่แข็งแกร่ง” ผู้นำไทยกล่าว

นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองยังได้เป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกแสดงเจตจำนง (เอ็มโอไอ) ในความร่วมมือพัฒนาระบบรางรถไฟในไทยระหว่าง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ของไทย และ
อากิฮิโระ โอตะ รัฐมนตรีที่ดิน สาธารณูปโภค คมนาคม และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น

แม้ว่าในขณะนี้ญี่ปุ่นจะยังไม่ตกลงที่จะลงทุนในโครงการพัฒนาระบบรางรถไฟในประเทศไทยก็ตาม แต่ญี่ปุ่นก็เห็นพ้องที่จะทำการวิจัย และศึกษาถึงโครงการพัฒนาระบบราง 2 สาย ได้แก่ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และแม่สอด-มุกดาหาร ภายใต้มาตรฐานรางทั้งระบบเดิมคือขนาด 1 เมตร และมาตรฐานรางแบบใหม่

นอกจากนี้ ไทยและญี่ปุ่นจะร่วมตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนในระดับรัฐมนตรีขึ้น เพื่อดูแลความร่วมมือนี้ขึ้นโดยเฉพาะ โดยคณะทำงานร่วมการรถไฟของไทยจะทำหน้าที่สนับสนุนคณะกรรมการขับเคลื่อนนี้แทน

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีไทยและญี่ปุ่นจะเดินหน้าสำรวจความเป็นไปได้ในการร่วมมือด้านเทคนิค รวมไปถึงถ่ายทอดเทคนิคในด้านทางรถไฟระหว่างกันด้วย โดยที่ทั้งสองฝ่ายยังจะร่วมมือในด้านงานวิจัย และศึกษาการพัฒนาเส้นทางรถไฟ 3 สาย ได้แก่ กาญจนบุรี-กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-อรัญประเทศ และกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-แหลมฉบังด้วย

เอ็มโอไอฉบับนี้ได้ระบุชัดเจนว่าจะมีการศึกษาถึงความป็นไปได้ในความร่วมมือการให้บริการรถไฟขนส่งสินค้าในไทยด้วยเช่นกัน

ในแถลงการณ์ร่วมของ 2 ผู้นำในครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงแผนการการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกใน 6 เขต ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ลาว พม่า และมาเลเซีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระดับชาติ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย ซึ่งจะดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ พร้อมกับพัฒนาพื้นที่บริเวณชายแดน และยังเป็นการส่งเสริมการรวมตัวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้วย

ผู้นำทั้งสองยังยืนยันถึงความสำคัญของการส่งเสริมในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายในพม่าผ่านการหารือ 3 ฝ่าย ทั้งไทย ญี่ปุ่น และพม่า โดยญี่ปุ่นจะเริ่มกระบวนการพิจารณาสภาพเงื่อนไข สำหรับการเป็นหุ้นส่วนการลงทุนในเอสพีวีทวาย

สำหรับการหารือกับผู้แทนระดับสูงของภาคเอกชนหลายบริษัท อาทิ โอะสะมุ มะสุโคะ ประธานและซีอีโอ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ฟูมิฮิโกะ อีเกะ ประธานบริษัท ฮอนดา มอเตอร์ มะซะมิ อีจิมะ ประธานและซีอีโอ บริษัท มิซุยแอนด์ โค ฟุมิยะ โคะคุโบะ ประธานและซีอีโอ บริษัท มะรุเบะนิ ต่างให้ความสนใจมาลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้า ระบบราง รวมถึงการลงทุนรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

เอกชนกลุ่มนี้ได้ขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าใน ประเทศไทย รวมถึงแก้ไขอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับระบบศุลกากร โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอให้เอกชนญี่ปุ่นจัดตั้งสถาบันวิจัยในไทย เพื่อรับสิทธิการลดหย่อนภาษีการค้า พร้อมทั้งได้เชิญชวนให้มาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนและเขตเศรษฐกิจทวายด้วย

ขณะที่ ฮิโรยูกิ อิชิเกะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือเจโทร ได้ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ พิจารณาลดมาตรการที่เข้มงวด ซึ่งเป็นอุปสรรคการลงทุนของอุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่นในไทย ขณะที่นายกฯ ขอให้เจโทรเร่งจัดตั้งสถาบันวิจัย รวมถึงการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวระหว่างหารื​อกับฮิโรมิจิ อิวาสะ ผู้แทนของสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวันว่า ให้ญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นศูน์กลางการลงทุนและให้ญี่ปุ่นเร่งการเจรจาเขตการค้าเสรีอาเซียน (เอฟทีไอ)

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI