
รุกเด็ดปีกแดง
อุณหภูมิการเมืองเริ่มไต่ระดับความร้อนแรงมากขึ้น ตั้งแต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติถอดถอน อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
อุณหภูมิการเมืองเริ่มไต่ระดับความร้อนแรงมากขึ้น ตั้งแต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติถอดถอน อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง จากความผิดปล่อยปละให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “บังเอิญ” หรือเป็นไปตาม “คำขู่” ของขั้วอำนาจเก่าที่เรียงหน้าออกมาดักคอกดดันก่อน สนช.จะพิจารณาลงมติ ว่าหากมีมติถอดถอนจะนำปลุกความ “ขัดแย้ง” และ “รุนแรง” ให้เกิดขึ้นในสังคม เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่จะต้องหาตัวคนผิดมาดำเนินคดีและสืบสวนหาความเชื่อมโยงไปถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังว่าเป็นอย่างไร
ทว่า เส้นทางการสืบสวนคดีป่วนที่เกิดขึ้นพบว่ามีการเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการรุกไล่กวาดล้างกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนหรือไม่
เริ่มจากกรณีแถลงการณ์ปลอมสำนักพระราชวัง ฉบับที่ 13 ที่แพร่ในสื่อออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. เข้าข่ายความผิด ทั้งหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎอาญามาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
การควบคุมตัว กฤษณ์ บุดดีจีน ผู้เผยแพร่แถลงการณ์ดังกล่าว ทราบต่อมาภายหลังว่าชายดังกล่าวเป็นแนวร่วม นปช.เพชรบูรณ์ และเป็นรู้จักกับบุคคลในพรรคเพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดงหลายราย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าการดำเนินการไม่ได้กล่าวอ้างลอยๆ และย้ำว่ามีการติดตามทุกคดีไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศ จับได้หรือไม่ได้ต้องรู้ว่าอยู่ตรงไหน
ประเด็นนี้ถูกขยายผลมากขึ้น เมื่อแกนนำแดงหลายคนทยอยออกมาชี้แจงตอบโต้ เริ่มตั้งแต่ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ที่อธิบายว่าพบกับมือโพสต์เมื่อครั้งงานศพ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย พร้อมมอบหมายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ นปช. เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย
ทว่า จตุพรพยายามอธิบายว่า กฤษณ์เป็นแค่เหยื่อในโลกไซเบอร์ ควรควานหาไปถึงต้นตอแถลงการณ์ปลอม
แม้อีกด้านหนึ่งอาจจะต้องใจตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะเบื้องต้นกฤษณ์ได้พาดพิงถึงที่มาของแถลงการณ์ปลอมดังกล่าวว่าได้มาจากแนวร่วม นปช.อีกคน แม้จะไม่ได้เป็นคนจัดทำ แต่การที่กลุ่มคนเสื้อแดงตกอยู่ในสถานะเป็นผู้เผยแพร่ในลำดับต้นๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องดีต่อ นปช.
แต่อีกด้านหนึ่งกลับมีข้อสังเกตว่ากฤษณ์เป็นเพียงแค่ผู้เผยแพร่รายหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ผู้จัดทำแถลงการณ์ปลอมด้วยตัวเอง การจงใจเลือกควบคุมตัวมือโพสต์รายนี้ขึ้นมาถือเป็นการจงใจหวังผลกระทบชิ่งไปถึงเสื้อแดงหรือไม่
ส่วนอีกคดีร้อนที่ส่งผลสั่นคลอนไปถึงกลุ่มคนเสื้อแดงไม่แตกต่างกัน คือ เหตุบึ้ม ณ บริเวณทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส หน้าห้างสยามพารากอน ที่ถือเป็นเหตุป่วนครั้งแรกหลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557
เหตุระเบิดดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นใน คสช.ในฐานะที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และปลุกให้เกิดความขัดแย้งในสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญถือเป็นอีกคดีที่ถูกเชื่อมโยงมาฝั่งคนเสื้อแดง
ประเด็นน่าสนใจอยู่ตรงที่ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งพุ่งเป้าเพ่งเล็งมายังฝั่งเสื้อแดงและเพื่อไทยที่ออกมาเคลืื่อนไหวพูดจาใช้ความรุนแรง ต่อต้านการปฏิบัติงานของรัฐบาล
สอดรับกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. ที่ระบุว่าคนร้ายกลุ่มนี้อาจจะมีความเชื่อมโยงกับผู้ก่อเหตุระเบิดที่มีนบุรีเมื่อเดือน มี.ค. 2557
ท่ามกลางการท้วงติงจากบางฝ่ายว่า “ระเบิดแสวงเครื่อง” หรือไปป์บอมบ์ นั้นไม่ใช่ของหายาก แต่คนทั่วไปจะสามารถทำได้เอง ดังนั้นจึงไม่น่าจะไปปักใจเชื่อว่ามีต้นตอมาจากฝักฝ่ายการเมืองในอดีตเท่านั้น
ไม่แปลกที่กลุ่มเสื้อแดงจะออกมาดักคอว่าเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความพยายามเชื่อมโยงเหตุป่วนไปถึงกลุ่มคนเสื้อแดง ดังที่จตุพรอธิบายว่า เป้าเขายังต้องการกำจัด ตระกูลชินวัตร พรรคเพื่อไทย นปช.คนเสื้อแดง ที่ผ่านมา เห็นวิชามารในรูปแบบต่างกัน หลายคดีหวังเป้าแค่เป็นข่าว หวังผลทางการเมืองไม่ได้หวังผลทางคดี
สุดท้ายคงต้องรอให้ผลการสืบสวนออกมายืนยันแต่จากเหตุป่วนที่ประดังเข้ามาในช่วงนี้ เกี่ยวพันกับคนเสื้อแดงมากน้อยแค่ไหน แต่ระหว่างนี้ย่อมปรามให้คนเสื้อแดงระมัดระวังการเคลื่อนไหวไม่ให้ตกเป็นเป้าที่จะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ และส่งผลกระทบไปถึงแผลเก่าที่จะถูกหยิบยกขึ้นมารื้อฟื้นใหม่







