
เสนอมีผู้หญิง1ใน3ของสมาชิกสภาท้องถิ่น
กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญถกสัดส่วนสมาชิกสภาท้องถิ่น ชงโควตาเพศหญิงอย่างน้อย 1 ใน 3
กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญถกสัดส่วนสมาชิกสภาท้องถิ่น ชงโควตาเพศหญิงอย่างน้อย 1 ใน 3
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญรายมาตราในหมวด 7 การกระจายอำนาจและการบริหารท้องถิ่น ซึ่งพิจารณาเสร็จสิ้น 1 มาตรา คือ มาตรา (2/7/-) 1 ที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการให้อิสระแก่องค์กรบริหารท้องถิ่น โดยรัฐจะต้องให้อำนาจองค์กรดังกล่าวสามารถบริหารจัดการตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชน ซึ่งรูปแบบขององค์กรจะต้องสอดคล้องกับภูมิสังคมแต่ละพื้นที่ นอกจากนั้นการจัดทำบริการสาธารณะ ที่ชุมชนหรือบุคคลสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐหรือองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นจะต้องกระจายภารกิจดังกล่าวไปยังชุมชนหรือบุคคลนั้น
นอกจากนั้นยังมีการถกเถียงกันอย่างมากใน มาตรา (2/7/-) 2 วรรคแรกที่มีการบัญญัติหลักการเกี่ยวกับการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ผู้บริหาร หรือสภาท้องถิ่น จะต้องมีสัดส่วนของสตรีไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ทั้งนี้คณะ กมธ. ยกร่างฯ มีความเห็น จำแนกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก เห็นด้วยกับการบัญญัติสัดส่วนของสตรีไว้ เนื่องจากเป็นความก้าวหน้าของรัฐธรรมนูญในระดับสากล ที่มีการกำหนดสัดส่วนของสตรีที่จะเข้าสู่ระบบบริหารจัดการท้องถิ่นอย่างชัดเจน
ขณะที่กลุ่มที่สอง ไม่เห็นด้วยกับการบัญญัติสัดส่วนของสตรีไว้ โดยให้เหตุผล คือ 1. บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญคำถึงความเท่าเทียมของเพศชาย เพศหญิง และเพศสภาพอื่นๆ ไว้แล้ว การระบุสัดส่วนของสตรี จะเท่ากับว่ารัฐธรรมนูญยังไม่มีการวางหลักการของความเสมอภาคทางเพศไว้ อย่างไรก็ตามหากบัญญัติสัดส่วนของสตรีไว้ในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ก็จะต้องบัญญัติไว้ในการเลือกตั้งระดับประเทศด้วย ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาในภายหลัง และ 2. การเลือกตั้งแตกต่างจากการคัดเลือกในระบบราชการ เพราะหากผู้สมัครมีจำนวนไม่ถึง 1 ใน 3 จะสร้างความได้เปรียบหรือเสียเปรียบต่อผู้สมัคร อีกทั้งยังเป็นการบังคับให้ประชาชนจะต้องเลือกจำนวนผู้สมัครที่เป็นสตรีให้สอดคล้องกับสัดส่วนดังกล่าว
ทั้งนี้ใน มาตรา (2/7/-) 2 วรรคสอง มีการบัญญัติหลักการเกี่ยวอำนาจหน้าที่ขององค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น โดยจะต้องมีหน้าที่ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงการพัฒนาคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในท้องถิ่น ส่วนวรรคสาม มีการบัญญัติหลักการเกี่ยวกับการให้อิสระกับองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นในการกำหนดนโยบาย การบริหาร และจัดบริการสาธารณะ ฯลฯ ที่สอดคล้องกับการพัฒนาของจังหวัด ภูมิภาค และประเทศ สำหรับวรรคสี่มีการบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจในการจัดบริการสาธารณะ ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดการบริการอย่างมีประสิทธิภาพที่ทั่วถึง อย่างไรก็ตามบทบัญญัติในข้างต้นได้ผ่านการพิจารณาของคณะ กมธ. ยกร่างฯ แล้ว หากมีการพิจารณบทบัญญัติในวรรคแรกแล้วเสร็จ ก็จะถือว่าการพิจารณามาตรานี้เสร็จสมบูรณ์







