posttoday
แปรรูปหรือขายรัฐวิสาหกิจทำไม ใครได้ประโยชน์?

แปรรูปหรือขายรัฐวิสาหกิจทำไม ใครได้ประโยชน์?

03 กุมภาพันธ์ 2558

รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา

โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ

รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา พัฒนาชาติและถ่วงดุลอำนาจการผูกขาดตัดตอนของธุรกิจเอกชนทั้งของคนไทยและต่างชาติ รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นล้วนแล้วแต่ใช้เงินภาษีอากรของประชาชนทั้งสิ้น

ดังนั้น รัฐวิสาหกิจทั้งหลายจึงเป็นของคนไทยทั้งชาติ ไม่ใช่ของรัฐบาลที่จะนำไปทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ

ธุรกิจดีที่ทำกำไรของรัฐวิสาหกิจไทยถูกเอาไปขายให้กับใคร อย่างไร ทิ้งไว้แต่รัฐวิสาหกิจขาดทุน โดยที่คนไทยที่เป็นเจ้าของไม่รู้ เพราะเขามีวิธีที่แยบยล

การบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจที่ผ่านมารัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะตัวแทนประชาชนที่เป็นเจ้าของโดยตรง ผ่านหน่วยงาน กรรมการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาล เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล ก็เปลี่ยนกรรมการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจทุกครั้ง จนทำให้การบริหารจัดการขาดความต่อเนื่อง มาระยะหลังการแต่งตั้งกรรมการ ถึงแม้ว่าต้องผ่านความเห็นชอบของกระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรี แต่ก็ไม่ได้ทำให้ได้คนดี มืออาชีพมาบริหารจัดการอย่างจริงจัง

รัฐวิสาหกิจจึงมีสภาพเหมือนบริษัทที่ไม่มีเจ้าของ บริหารจนหน่วยงานขาดทุนเป็นหนี้ก็ไม่มีปัญหา เพราะเดี๋ยวก็เสนอรัฐบาลให้หาเงินมาจ่ายหนี้แทน ไม่เห็นมีใครต้องรับผิดชอบ แต่คนดูแลและผู้บริหารพากันกอบโกยผลประโยชน์จนร่ำรวย ส่วนใหญ่สิ้นปีปิดบัญชีก็มีกำไรแต่ถ้าลงไปตรวจสอบแล้วจะเห็นว่ากำไรแต่ตัวเลข เพราะรายจ่ายเพิ่มขึ้นแต่รายรับลดลงก็ยังแต่งตัวเลขให้มีกำไรได้ ตรวจดูละเอียดจึงรู้ว่ามีการตกแต่งบัญชี เช่นหลีกเลี่ยงไม่รับรู้รายจ่าย แล้วรอจนข้ามปีถึงจะลงบัญชีเป็นรายจ่ายของปีถัดไป หน่วยงานตรวจสอบบัญชีของรัฐบาลไม่เคยรายงานรายละเอียด ไม่รู้ว่าตรวจสอบกันอย่างไร

หากจะแก้ไขกันอย่างจริงจังก็ต้องมีการทำ Due Diligence ทุกรัฐวิสาหกิจ แล้วเอามาแจ้งให้ประชาชนรู้ ว่าที่รัฐบาลเอาเงินภาษีอากรไปให้ลงทุนในแต่ละรัฐวิสาหกิจนั้นกำไรขาดทุน และตอบสนองวัตถุประสงค์การจัดตั้งแค่ไหน เพื่อให้ประชาชนได้ช่วยกันพิจารณาว่าจะเก็บไว้หรือยุบไปเลย เพราะเป็นภาระกับเงินภาษีของประชาชน แต่ที่ผ่านมาก็มีการทำบ้างแต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหาร กรรมการและเจ้าหน้าที่ เพราะกลัวว่าจะรู้ความจริง ว่าทำอะไรไว้ไม่ดีอย่างไร มีการทุจริตคดโกงกันตรงไหน มีการข่มขู่บริษัทที่ปรึกษาที่ได้รับมอบหมายให้เข้าไปตรวจสอบ แม้กระทั่งขู่ฆ่ากันก็เคยมี

เมื่อทำเรียบร้อยแล้วจะได้รู้ว่า จะจัดการกับแต่ละรัฐวิสาหกิจอย่างไร งานเร่งด่วนที่สุดที่ซูเปอร์บอร์ดรัฐวิสาหกิจควรทำคือเรื่องนี้ ไม่ใช่ที่กำลังทำกันอยู่

รัฐวิสาหกิจบางแห่งรัฐบาลควรโอนให้ท้องถิ่นรับไปดำเนินการเช่น รถไฟฟ้ามหานคร รถไฟใต้ดิน ขนส่งมวลชนกรุงเทพ ควรโอนให้กรุงเทพมหานครรับไปดำเนินการต่อ ทำไมต้องเป็นรัฐบาลรับผิดชอบ เช่น ขสมก. ให้บริการเฉพาะคน กทม. แต่คนทั้งประเทศต้องมารับผิดชอบจ่ายเงินชดเชยใช้หนี้แทน ขสมก. ปีละหมื่นกว่าล้านบาท เพราะ กทม.จะสามารถบริหารจัดการได้ดีกว่ารัฐบาล การจัดสายการเดินรถ จัดจำนวนรถให้พอเพียงกับการให้บริการประชาชน หรือแม้กระทั่งแบ่งสายการเดินรถให้เอกชนเป็นผู้ให้บริการ ที่สำคัญ กทม. ก็มีระบบขนส่งมวลชนที่เป็นของตัวเองอยู่แล้วเช่น BTS และ MRT จะได้จัดทำโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายที่สมบูรณ์ โดยไม่ต้องรอ

สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ที่จะเชื่อมต่อไปยังต่างจังหวัด ก็ควรให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน เพราะมีเอกชนจากหลายประเทศสนใจ ไม่ควรให้การรถไฟดำเนินการเอง เพราะจะทำให้เกิดปัญหาหนี้สินและขาดทุนเพิ่มอีกมากมายมหาศาล รัฐบาลควรกำหนดมาตรฐานว่าจะเอาระบบรางขนาดไหนอย่างไรให้สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในระดับภูมิภาค และระบบควรมีมาตรฐานที่จะสามารถเชื่อมต่อไปถึงภูมิภาคอื่นในอนาคตได้อีกด้วย

ส่วนการรถไฟที่มีราง มีระบบ และมีพื้นที่ในการก่อสร้างรางใหม่โดยไม่ต้องไปเวนคืนอยู่แล้ว อาจจะคิดค่าใช้พื้นที่ในการก่อสร้างทั้งรางและสถานีรวมทั้งพื้นที่ให้บริการจากเอกชนที่จะมาลงทุนเอง เพื่อจะเป็นรายได้ในการใช้หนี้และบริหารจัดการในส่วนที่การรถไฟให้บริการเองอยู่แล้ว
จะได้ลดภาระหนี้สาธารณะที่กู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลและป้องกันข้อครหาเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบด้วย

ปัญหาใหญ่ของรัฐวิสาหกิจ คือ การแปรรูป ที่ประชาชนไม่รู้ว่าขณะนี้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยการเฉือนเอาเนื้อไปกินหมดแล้วเหลือแต่กระดูกให้ประเทศชาติ และประชาชนรับหนี้ที่เกิดจากการบริหารไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและประชาชน เอาผลประโยชน์และกิจการของรัฐวิสาหกิจในส่วนที่มีกำไรที่เกิดจากการลงทุนโดยภาษีอากรของประชาชนไปขายในราคาถูกให้นักลงทุนที่ไม่รู้ว่าเป็นพรรคพวกเพื่อนฝูงของใครหรือไม่อย่างไร ไม่เคยมีการตรวจสอบกันอย่างจริงจัง

เมื่อก่อนการตรวจสอบทำไม่ได้และไม่ได้ทำ คราวนี้รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งช่วยทำความกระจ่างให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้สำเร็จเสียที เพราะรัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่แล้ว ใช้ให้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนบ้าง

รัฐวิสาหกิจที่มีรายได้ที่ดี มีศักยภาพ ก็จะทยอยตั้งบริษัทลูกขึ้นมาโดยดึงเอาเอกชนเข้ามาร่วมทุนหรือไปร่วมทุนกับเอกชนแล้วเอาธุรกิจที่ดีมีรายได้กำไรมหาศาลอยู่แล้วไปขายราคาถูกให้เอกชน หรือขายหุ้นให้เอกชน โดยรัฐเหลือหุ้นเพียงเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายไม่ให้บริษัทลูกที่ตั้งขึ้นมาใหม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมาย จะได้ไม่ต้องถูกตรวจสอบโดยรัฐและไม่ต้องรับผิดชอบต่อรัฐบาล หรือเป็นพนักงานรัฐตามกฎหมายที่หากมีการกระทำความผิดต้องได้รับโทษมากกว่าบุคคลธรรมดา โดยไม่เคยเปิดเผยให้ประชาชนทราบเลยว่า มีการเอาธุรกิจที่เกิดจากการลงทุนจากเงินภาษีของประชาชนไปขายให้ใครราคาเท่าไร  ราคาที่ขายเป็นราคาที่รัฐควรจะได้หรือต่ำเกินไปและใครคือผู้ซื้อ ขายให้พวกตัวเองหรือไม่ เรื่องอย่างนี้ตรวจสอบได้ เงินหลวงตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

การขายกิจการ หรือบางส่วนของกิจการของรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นมีกฎหมายรองรับกำหนดวัตถุประสงค์ไว้อย่างชัดเจน หากไม่ได้ระบุว่าให้สามารถขายรัฐวิสาหกิจหรือส่วนหนึ่งส่วนใดหรือบางส่วนหรือให้มีการร่วมทุนได้ ใครผู้ใดเอารัฐวิสาหกิจไปขายหรือขายหุ้นหรือให้เอกชนร่วมทุนก็เท่ากับกระทำผิดกฎหมายด้วย

จะเห็นได้ว่ารัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ที่มีรายได้ดี เช่น กลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มพลังงานที่ผูกขาดตัดตอน ตัดเอาธุรกิจส่วนที่มีกำไรออกไปตั้งเป็นบริษัทขึ้นมาใหม่ โดยขายหุ้นให้เอกชนหรือไปร่วมหุ้นกับเอกชน โดยไม่มีการตรวจสอบจากประชาชนทั้งก่อนและหลังจากที่ได้มีการดำเนินการเอาของหลวงไปขายราคาถูกให้นักลงทุนที่เป็นใครมาจากไหนพวกเดียวกันหรือเปล่าก็ไม่รู้

อีกไม่กี่วันก็จะมีการขายโรงกลั่นน้ำมันของ ปตท. อีกแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมต้องขายโรงกลั่นน้ำมันของรัฐในช่วงของการปฏิวัติรัฐประหารทุกครั้ง

ครั้งก่อนรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน ซึ่งเป็นรัฐบาลจากการปฏิวัติรัฐประหารก็ขายโรงกลั่นน้ำมันของรัฐในราคาถูกให้เอกชน ยังเป็นที่แคลงใจของประชาชนาจนทุกวันนี้

โรงกลั่นน้ำมันที่รัฐบาลอยากจะขายก็เป็นธุรกิจที่มีกำไร ไม่ได้เป็นภาระหรือขาดทุนจน ปตท.ต้องขายแบบเร่งด่วน อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือในการที่รัฐบาลจำเป็นต้องใช้หากมีวิกฤตการณ์ทางด้านพลังงาน นอกจากนั้นยังจำเป็นต้องมีไว้เพื่อถ่วงดุลกับภาคเอกชนที่อาจเอาเปรียบรัฐและประชาชนหากมีความจำเป็น

การมีโรงกลั่นน้ำมันเป็นของรัฐบาลโดย ปตท. ถือเป็นการรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงไม่ใช่เฉพาะด้านพลังงานแต่เป็นความมั่นคงของชาติด้วย

ราคาน้ำมันโลกยังต่ำมากและอาจลดลงไปอีก การขายโรงกลั่นน้ำมันและการให้สัมปทานน้ำมันในขณะนี้ไม่เกิดประโยชน์และเป็นผลดีกับการเร่งรัดรีบร้อนของรัฐบาลเลย

จะรีบไปทำไม เก็บไว้ก็ไม่เป็นภาระและไม่เสียหาย

จะรักษาผลประโยชน์ของใคร หากไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติ

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา