
ศึกบัตรทองยืด พิสูจน์ฝีมือรมต.โลกสวย
มหากาพย์ความขัดแย้งเรื่องการจัดสรรงบประมาณหลักประกันสุขภาพแห่งชาติยังมืดมนไร้ทางออก
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
มหากาพย์ความขัดแย้งเรื่องการจัดสรรงบประมาณหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยังมืดมนไร้ทางออกมาเป็นเวลานานนับปี แม้จะมีความพยายามเจรจาต่อเนื่องนานหลายเดือน แต่ผลกลายเป็นว่านอกจากปัญหาเดิมจะแก้ไม่ได้แล้ว ยังมีปัญหาใหม่ตามมาอีก
เรื่องสำคัญที่ปรากฏขึ้นมาท่ามกลางฝุ่นตลบ ได้แก่ 1.ชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปและชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด รวมตัวกันงดส่งข้อมูลให้กับ สปสช. และยกเลิกการประชุมร่วมกัน จนกว่า สปสช.จะทำตามข้อเสนอของ สธ.แม้ภายหลัง ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข จะมอบหมายให้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ. ไปแก้ปัญหาแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
2.การออกหนังสือจาก นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัด สธ. ให้หน่วยบริการทั้งหมดในสังกัด สธ. ทำหน้าที่ “นายทะเบียน” รับลงทะเบียนผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ทำให้เด็กเกิดใหม่ปีละกว่า 8 แสนราย และผู้ประกันตนที่เคยย้ายสิทธิมาใช้บัตรทอง ซึ่งแต่ละปีมีจำนวนมหาศาล ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และ 3.หนังสือสั่งการลงนามโดย นพ.ณรงค์ ให้จัดตั้ง “สำนักงานเขตสุขภาพ” แบบสายฟ้าแล่บ ซึ่งมีโครงสร้างเสมือนหนึ่งว่าพร้อมรับการถ่ายโอนงบประมาณจาก สปสช.ไปยังเขตสุขภาพเต็มที่ โดยให้อำนาจผู้ตรวจราชการ สธ.เป็นประธานสำนักงานเขตสุขภาพ และใช้องคาพยพทั้งหมดของ สธ.เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการเขต มีโรงพยาบาลสังกัดอื่นเข้าร่วมเพียงเล็กน้อย ที่สำคัญมากกว่าคือภาคประชาชน และ “ผู้ซื้อบริการ” กลับไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเขตสุขภาพเลย
ที่น่าสังเกต ก็คือ แม้จะมีปัญหารุมเร้า สธ. แต่ รมว.สาธารณสุข กลับใช้มุขประจำคือประชุมและพูดคุยร่วม ไม่กล้าเบรกข้อเสนอที่สุดโต่ง แม้จะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของทั้งสองหน่วยงานก็ตาม จนหมอรัชตะ ได้ฉายาจากคนในว่าเป็น “รัฐมนตรีโลกสวย”
บุญยืน ศิริธรรม อดีต สว.สมุทรสงคราม บอกว่า ท่าทีของ สธ.ขณะนี้ มีพฤติกรรมที่สร้างปัญหาต่อระบบสุขภาพหลายอย่าง โดยเฉพาะคำสั่งให้ยกเลิกการขึ้นทะเบียนบัตรทองที่โรงพยาบาล สธ. และการสร้างเงื่อนไขในการไม่ทำงานร่วมกับ สปสช. ซึ่งชัดเจนว่าต้องการใช้ประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อต่อรอง โดยหาก รมว.สาธารณสุขไม่แก้ปัญหาและยังปล่อยให้มีการแสดงออก ก็น่าจะทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากขึ้นไปอีก
หนึ่งในข้อเสนอของภาคประชาชนและเครือข่ายฯ ผู้ป่วย ในเวทีรับฟังความคิดเห็นของ สปสช. ที่ รมว.สาธารณสุขมารับฟังด้วยตัวเอง ก็คือ เร่งให้ทั้งสองหน่วยงานยุติความขัดแย้งโดยเร็ว รวมถึงให้ สธ.กลับมาทำหน้าที่รับจดทะเบียนผู้ใช้สิทธิบัตรทองอย่างไม่มีเงื่อนไข
นอกจากนี้ บุญยืน ยังแสดงท่าทีไม่มั่นใจใน “เขตสุขภาพ” ของ สธ. เนื่องจากไม่มั่นใจในระบบการบริหารจัดการ รวมถึงหากนำงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวไปบริหารงานแล้ว อาจเกิดปัญหา “ติดลบ”อย่างที่หลายฝ่ายกังวลก่อนหน้านี้
ทว่า แม้ปีนี้เวทีรับฟังความคิดเห็นของ สปสช.จะคึกคักเป็นพิเศษเนื่องจาก รมว.สาธารณสุขอยู่ร่วมด้วยตั้งแต่ช่วงเปิดงาน จนถึงปิดประชุม แต่ก็น่าสังเกตว่าผู้บริหารฝ่ายข้าราชการประจำ ทั้ง นพ.ณรงค์ และ นพ.วชิระ ไม่ได้เข้าร่วมเสนอความคิดเห็นด้วย
ศ.นพ.รัชตะ บอกว่า ความเห็นต่างยังคงมีกระบวนการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวปี 2558 ที่ยังเป็นปัญหา เชื่อว่าน่าจะจบในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ วันที่ 9 ก.พ.นี้
“ยังคงเดินหน้าตามขั้นตอนปกติ แต่ที่พิเศษคือได้ตั้งคณะทำงานวิเคราะห์ข้อเท็จจริงแล้ว โดยมี อาจารย์อัมมาร สยามวาลา เป็นประธาน และก่อนจะเสนอเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการฯ ก็ยังต้องผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการการเงินการคลังอีกครั้ง ช่วงนี้จึงไม่ควรมีความเคลื่อนไหวอะไร จนกว่าจะได้ข้อสรุป” ศ.นพ.รัชตะ ระบุ
ล่าสุดมีรายงานว่าทั้งฝั่งภาคประชาชนและฝั่ง สธ. เตรียมพลังการ “ล็อบบี้” กันเต็มที่ เพื่อให้เรื่องยืดเยื้อจบในการประชุมบอร์ด ฉะนั้นการประชุมในวันที่ 9 ก.พ.นี้ จึงน่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง







