
นางพญาหิมาลัย
โดยไม่ได้ตั้งใจซักนิด ผมเพิ่งขึ้นดอยอินทนนท์ ช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งกำลังเบ่นบานพอดี
โดยไม่ได้ตั้งใจซักนิด ผมเพิ่งขึ้นดอยอินทนนท์ ช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งกำลังเบ่นบานพอดี ว่าแล้วก็ใช้เป็นเครื่องมือแก้เซ็งให้กับเพื่อนๆ ผู้หญิงที่มาด้วยกันซะเลย เพราะรู้แก่ใจ จะสอนให้ดูนก ก็คงไม่มีใครสนใจ
ผมเองคาดหวังกับดอกนางพญาเสือโคร่งอยู่บ้าง ก็แค่ตัวดึงดูดนกกินน้ำหวานมาเข้ากล้อง ไม่ได้สนใจอะไรมากกว่านั้น
นางพญาเสือโคร่งบนดอยอินทนนท์ อาจจะเบ่งบานให้เห็นหลายๆ แห่ง แม้แต่ตามข้างถนน แต่ศูนย์กลางใหญ่บนนั้นอยู่ที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงขุนวาง พอขับรถไปถึงดอยอินทนนท์ตอนบ่ายวันอาทิตย์ ผมก็บ่ายหน้าไปที่ขุนวางเป็นโปรแกรมแรก
ไปถึงก็ช็อก เกิดภาวะการจราจรติดขัดบนดอย ถึงขนาดแทบหาที่จอดรถไม่ได้ บางคันตัดรำคาญยอมจอดไกลเป็นกิโลแล้วเดินไป ครั้นถึงเวลาจะกลับ ก็กลับยากกลับเย็น แบบว่าอยากเห็นตำรวจจราจรมาประจำการบนดอยในเวลาแบบนี้เลยละ
ผมได้รู้ก็ตอนนี้เองว่า ดอกนางพญาเสือโคร่งนี่มันไม่ธรรมดา ก่อกระแสฟีเวอร์ให้กับนักท่องเที่ยวได้อย่างรุนแรง ภายในศูนย์ฯ ขุนวางเต็มไปด้วยผู้คนเดินถ่ายรูปกันขวักไขว่ แต่มองหาขาตั้งกล้องไม่เจอ เจอแต่ไม้เซลฟี่ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปเยอะ 555
ส่วนนกกินน้ำหวานที่ผมอยากเจอ ไม่ต้องพูดถึง ผู้คนเป็นล้านอย่างนั้น คงแตกกระเจิงไปหาต้นที่ขึ้นลึกๆ ในป่ากันหมด
ดอกนางพญาเสือโคร่งมีชื่ออังกฤษว่า Wild Himalayan Cherry เป็นไม้ป่าแห่งหิมาลัย ขึ้นที่ระดับความสูง 1,200-2,400 เมตร กระจายตามแนวเขามาถึงเมืองไทย แท้จริงก็คือญาติร่วมสกุลเดียวกันกับซากุระ หรือ Cherry Blossom ของญี่ปุ่นนั่นเอง
นึกถึงประสบการณ์ เคยไปเห็นคนญี่ปุ่นตั้งวงปาร์ตี้ก๊งเบียร์ ที่เรียกว่าฮาราคีรี เอ๊ย ฮานามิ ใต้ร่มเงาสวยงามของดอกซากุระ ในสวนสาธารณะกลางกรุงโตเกียวตอนฤดูใบไม้ผลิ อากาศเย็นสบายคล้ายๆ ตอนมาดู “ซากุระเมืองไทย” ตอนหน้าหนาวของเราไม่มีผิด
จากที่ไม่เคยแยแส ตอนนี้ผมเกิดปิ๊งมันขึ้นมาซะแล้ว คิดไว้สักวัน จะตั้งวงฮานามิใต้กิ่งดอกสีชมพูของนางพญาเสือโคร่ง และหากเป็นไปได้ ก็จะขอผูกเปลนอนด้วยสักคืน!







