posttoday
เมตตาอยู่ไหน

เมตตาอยู่ไหน

01 กุมภาพันธ์ 2558

ในเรื่องของการแสดงความคิดเห็นทางสื่อออนไลน์ของคนเราในยุคดิจิทัล บอกตามตรงว่า ค่อนข้าง “น่าห่วง” มากนะครับ

ในเรื่องของการแสดงความคิดเห็นทางสื่อออนไลน์ของคนเราในยุคดิจิทัล บอกตามตรงว่า ค่อนข้าง “น่าห่วง” มากนะครับ

ลองว่า ตัวเองไม่ชอบใคร เกลียดใคร หรือไม่ชอบใจในเพราะอะไรก็ตาม มักจะแสดงความเห็นต่อคนคนนั้น สิ่งนั้น เหตุการณ์นั้นๆ ในเชิงเสียดสี เหยียบย่ำ จงเกลียดจงชัง ถากถาง ไร้ซึ่งมนสิการและเมตตาอุเบกขา

โดยไม่เคยคิดว่าความเห็นอันออกมาจากความจงเกลียดของตนที่แสดงออกไปนั้น จะไปบ่อนทำลายความรู้สึกของคนที่ไม่เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วยหรือไม่

ตัวอย่างที่เห็นชัดในเวลานี้ ก็คงจะเป็นเหตุการณ์เศร้าสลดที่เกิดขึ้นกับตำรวจจราจรนายหนึ่งที่ชื่อ “ร.ต.ท.สันติภาพ อ่อนละออ” อายุ 55 ปี รองสารวัตรงานศูนย์ควบคุมจราจรด่วน 2 กองกำกับการ 2

ร.ต.ท.สันติภาพ ประสบอุบัติเหตุสาหัสในช่วงเวลาปฏิบัติหน้าที่บนทางด่วนขั้นที่ 2 ช่วงต่างระดับมักกะสันมุ่งหน้าศรีนครินทร์ ตรงจุดทางลงอโศก 2 ในวันที่ 23 ม.ค. ต่อมาได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา

ในเรื่องคดีอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวนและตรวจสอบหาพยานหลักฐานต่างๆ ของพนักงานสอบสวนเพื่อสรุปสำนวนคดีต่อไป ซึ่งก็คงจะรู้ว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอุบัติเหตุในครั้งนี้เป็นเช่นไร

แต่จากปากคำของเจ้าของรถยนต์คู่กรณี บอกกับตำรวจว่า เขาได้ขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุแล้วเบี่ยงซ้ายเพื่อมุ่งหน้าลงทางลงอโศก 2 เข้าถนนรัชดาภิเษก ระหว่างนั้นได้มีรถจักรยานยนต์ของ ร.ต.ท.สันติภาพพุ่งชนท้ายรถด้านซ้ายอย่างแรง จึงรีบจอดรถแล้วลงมาดู

เอาล่ะ ในส่วนของคดีก็ว่ากันไปตามหลักฐานและข้อเท็จจริง แต่ก็ต้องชมเจ้าของรถที่มีสำนึกที่ดีลงมาดูเหตุการณ์และรอเจ้าหน้าที่มา ไม่ได้ขับรถไปไหน

ทว่า ที่น่าหดหู่ใจ คือ หลังจากที่ ร.ต.ท.สันติภาพประสบอุบัติเหตุแล้วมีการแชร์ภาพของ ร.ต.ท.สันติภาพ ที่นอนบาดเจ็บสาหัสบนถนนและข้อความจากเพจ Thailand Police Story เกี่ยวกับ ร.ต.ท.สันติภาพ

กลับถูกชาวเน็ตบางคนซึ่งเข้าใจว่าคงไม่ชอบหน้าหรือเกลียดตำรวจอยู่แล้วเข้ามาสาปแช่งเชิงสมน้ำหน้าให้ถึงมรณาด้วยถ้อยคำหยาบคาย

ผรุสวาทเสียดสีสาปส่งซ้ำเติมคนเจ็บที่อาการโคม่า...เฮ่อ ช่างหาบาปหากรรมดำให้ตัวเองแท้ๆ ซึ่งบาปตั้งแต่คิดไม่ดีแล้ว และพอทำลงไปก็ยิ่งบาปเข้าไปใหญ่

แล้วเป็นไง พอความจริงเปิดเผย สังคมต่างรู้ว่าตำรวจนายนี้แท้จริงแล้วคือตำรวจจราจรคนที่เคยปฏิบัติหน้าที่บนทางด่วนท่ามกลางสายฝนเมื่อปีก่อนนั้น และภาพนั้นถูกแชร์ทางสื่อสังคมออนไลน์จนได้รับความชื่นชมจากคนไทย

ที่สำคัญ จากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรักและทุ่มเทของนายตำรวจวัย 55 ปีคนนี้ ในครั้งนั้นก็ทำให้ผู้บังคับบัญชาเห็นในความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น “ตำรวจดีเด่น”  

เมื่อความจริงปรากฏเป็นเช่นนี้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าคนที่เคยสาปแช่งสาดเสียเทเสียต่อตำรวจนายนี้ไว้ จะรู้สึกอย่างไรกันบ้างหนอ   

แต่อยากจะฝากครับ การสาปแช่งซ้ำเติมคนอื่นเป็นสิ่งไม่ดีและน่าละอายอย่างยิ่ง ถ้าเกลียดใครแล้วก็ได้แต่สาปแช่งเขา ระวังคำสาปแช่งนั้นจะย้อนกลับมาที่ตัวเอง และดีไม่ดีอาจย้อนไปถึงคนในครอบครัวได้ 

เหมือนเรื่องเรื่องหนึ่งในคัมภีร์ธรรมบท ดาบสเทวละให้ร้ายและสาปแช่งดาบสนารทะให้ศีรษะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ปรากฏว่าเป็นเทวละเองที่ศีรษะจะแตกเป็นสี่ยงๆ หากไม่ได้วิธีแก้คำสาปจากนารทะคงตายไปแล้ว

“สติ” อยู่กับตัวเราทุกผู้ทุกคนครับ อยากให้นำมาใช้ทุกนาที จงคิดและมนสิการให้ดีก่อนจะโพสต์ถ้อยคำอะไรลงไป อย่าเอาความจงเกลียดชังเป็นที่ตั้ง แต่ให้เอาเมตตา-ความปรารถนาดี และอุเบกขา-การมองด้วยใจเป็นกลางไม่มีอคติ เป็นที่ตั้งแล้วเราจะไม่เดือดร้อนและไม่ทุกข์ใจเพราะการกระทำของตัวเองในภายหลัง

การด่าหรือคำด่าไม่มีประโยชน์หรอก มันแค่ให้เราได้รู้สึกว่า สะใจ และได้ระบายอารมณ์เท่านั้นแต่ต้องคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย เพราะคำด่านั้นอาจไปทำให้คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเจ็บปวดใจไปด้วย

มีสติแล้วก็ควรจะมี “เมตตา” ซึ่งเมตตานี้เป็นคุณธรรมที่สำเร็จได้ด้วยใจหรือวัดกันที่ใจ แม้ปากจะกล่าวคำแผ่เมตตา แต่ถ้าใจไม่มีเมตตาจริงก็ไม่สำเร็จเป็นเมตตาได้ ถ้าใจมีเมตตาจริงแม้ไม่ได้กล่าวอะไรเลยก็สำเร็จ

และถ้าคิดว่า “เมตตา” มันเกิดในตัวเรายากนักหนา ก็ต้องหมั่นฝึกอบรมให้มันเกิด วิธีฝึกง่ายๆ คือ เมื่อเห็นบุคคลใดๆ ก็ให้ตั้งความรู้สึกว่า นี่คือเพื่อนรักที่สุดของเรา แล้วปฏิบัติต่อบุคคลนั้นๆ ในฐานะเป็นเพื่อนรักที่สุด

ถ้าทำได้นั่นแหละเรียกเมตตา

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน