
ข้าวไทยป่วนตลาดโลก
บลูมเบิร์กรายงานพิเศษรวบรวมข้อมูลและความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าเกษตร และนักค้าข้าวในตลาดโลกที่มีต่อสถานการณ์ข้าวไทยล่าสุด โดยระบุว่า ในฐานะผู้ส่งออกข้าวหลักรายใหญ่ของโลก ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลไทย ที่เตรียมระบายข้าวปริมาณ 17.8 ล้านเมตริกตัน ซึ่งรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับซื้อไว้ในโครงการ รับจำนำข้าว ย่อมได้รับความสนใจจากตลาดสินค้าเกษตรโลกเป็นพิเศษ
บลูมเบิร์กรายงานพิเศษรวบรวมข้อมูลและความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าเกษตร และนักค้าข้าวในตลาดโลกที่มีต่อสถานการณ์ข้าวไทยล่าสุด โดยระบุว่า ในฐานะผู้ส่งออกข้าวหลักรายใหญ่ของโลก ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลไทย ที่เตรียมระบายข้าวปริมาณ 17.8 ล้านเมตริกตัน ซึ่งรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับซื้อไว้ในโครงการ รับจำนำข้าว ย่อมได้รับความสนใจจากตลาดสินค้าเกษตรโลกเป็นพิเศษ
เหตุผลเพราะปริมาณมหาศาลครั้งนี้ จะทำให้ผลผลิตข้าวในตลาดโลกล้นตลาด และทำให้ราคาข้าวในตลาดปรับตัวลดลงอีก หลังจากที่ราคาข้าวในกระดานชิคาโกในตลาดซื้อขายล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา ปรับตัวอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 4 ปี ที่ 10.81 เหรียญสหรัฐ/100 ปอนด์ ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐ เปิดเผยว่า ปริมาณ
ส่งออกข้าวไทยจะมากกว่าปริมาณส่งออกของทุกประเทศ และจะทำสถิติส่งออกสูงสุดที่ 11.3 ล้านตันในปีนี้
ด้านข้อมูลจากองค์กรอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) เปิดเผยว่า ปริมาณสำรองข้าวของโลกในปัจจุบันมาก กว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี อยู่ราว 30% ขณะที่ปริมาณผลผลิตข้าวในประเทศต่างๆ
มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เช่น สหรัฐ ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ในอันดับที่ 5 ของโลก ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวข้าวในปีนี้ได้มากที่สุดในรอบ 10 ปี
ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ของไทยจะย้ำชัดว่าไทยจำเป็นต้องระบายข้าวออกเพื่อลดต้นทุนการจัดเก็บรักษา พร้อมให้คำมั่นรับรองว่าจะขายข้าวในราคาที่เหมาะสมยอมรับได้ กระนั้น ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดข้าวโลกในปัจจุบัน เป็นเรื่องยากที่จะขายข้าวในราคา ที่ยอมรับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับข้าวไทยที่รัฐบาลชุดที่แล้วรับซื้อไว้ในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด และทำให้ราคาข้าวขาวหัก 5% ของไทยร่วงลง 35% จาก 647 เหรียญสหรัฐ/ตันในปี 2011 มาอยู่ที่ 420 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในวันที่ 21 ม.ค.
มามาโดว ซิสส์ นักค้าข้าวและประธานสมาพันธ์สินค้าโภคภัณฑ์ในเจนีวา แสดงความเห็นว่า โลกขณะนี้มีผลผลิตข้าวมากมาย แต่ไทยก็มีข้าวในโกดังที่ต้อง
ส่งออกอีกมาก ซึ่งเทียบเท่า 42% ของปริมาณข้าวที่ประเทศผู้นำเข้าข้าวทั่วโลก
ซื้อไว้ในปี 2014 ที่ผ่านมา
“ไทยยังคงมีปริมาณข้าวในโกดังมหาศาลเมื่อเทียบกับการค้าในตลาดข้าวโลก และอะไรก็ตามที่มีมากกว่า 10 ล้านตัน ย่อมต้องอาศัยเวลาในการจัดการขายให้หมดไป ดังนั้น ราคาข้าวจะยังคงอยู่ในภาวะอ่อนแอต่อไป” ซิสส์ กล่าวสรุป







