posttoday
มั่นใจคุณภาพสถานศึกษาไทยกว่า80%ผ่านเกณฑ์ฉลุย

มั่นใจคุณภาพสถานศึกษาไทยกว่า80%ผ่านเกณฑ์ฉลุย

16 มิถุนายน 2553

ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม จำเลยแรกที่มักจะถูกระบุให้เป็นรากเหง้าของปัญหาคือ “ระบบการศึกษา” และถึงแม้ว่ารัฐบาล ทุกยุคทุกสมัยจะพยายาม “ปฏิรูป” ในทุกมิติ

ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม จำเลยแรกที่มักจะถูกระบุให้เป็นรากเหง้าของปัญหาคือ “ระบบการศึกษา” และถึงแม้ว่ารัฐบาล ทุกยุคทุกสมัยจะพยายาม “ปฏิรูป” ในทุกมิติ

โดย ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม จำเลยแรกที่มักจะถูกระบุให้เป็นรากเหง้าของปัญหาคือ “ระบบการศึกษา” และถึงแม้ว่ารัฐบาล ทุกยุคทุกสมัยจะพยายาม “ปฏิรูป” ในทุกมิติ ข้อเท็จจริงกลับตรงกันข้าม คือไม่เกิดรูปธรรมใดที่ชัดเจน

ทว่า ล่าสุดสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ได้เปิดเผยผลการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน รอบสอง ระยะเวลา 4 ปี ซึ่งทำให้คลายกังวลลงได้บ้าง

ในการประเมินรอบที่สองนี้ เริ่มประเมินตั้งแต่ พ.ศ.2549 – 2552 ประกอบด้วยโรงเรียนที่สังกัดท้องถิ่น (กทม.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาเอกชน (สช.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดม ศึกษา (โรงเรียนสาธิต) และสังกัดท้องถิ่นเทศบาล (อปท.)

 

มั่นใจคุณภาพสถานศึกษาไทยกว่า80%ผ่านเกณฑ์ฉลุย ภาพประกอบข่าว

แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ 1.สถานศึกษาระดับปฐมวัย (อายุ 3-5 ปี) ที่ประเมินไปแล้ว 26,369 โรง และ 2.สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อีก จำนวน 28,938 โรง

สำหรับสถานศึกษาที่จัดการศึกษาปฐมวัยนั้น หากจำแนกตาม สังกัดแล้วจะพบว่า โรงเรียนสังกัดสาธิตได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษามากที่สุดคือ ร้อยละ 95.24 สังกัดกทม.ร้อยละ 94.88 สังกัดเทศบาลร้อยละ 92.44 และสังกัด สพฐ.ร้อยละ 80.62 แต่ถ้าจำแนกตามขนาดพบว่า โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษได้รับการรับรองมากที่สุดถึงร้อยละ 98.35 ขนาดใหญ่ร้อยละ 95.86 ขนาดกลางร้อยละ 90.25 และขนาดเล็กร้อยละ 78.32

นอกจากนี้ยังมีการจำแนกตามสถานที่ตั้ง โดยพบ ว่าที่ตั้งอยู่ในเมือง (เขตอำเภอ เมือง) และได้รับการรับรองมีถึงร้อยละ 85.98 ที่ตั้งอยู่นอกเมือง ร้อยละ 80.61

รวมทั้งสิ้นมีโรงเรียนระดับปฐมวัยผ่านการรับรอง 21,538 โรง จากการประเมิน 26,369 โรง คิดเป็นร้อยละ 81.68

ส่วนสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประถมศึกษา/มัธยม ศึกษา) นั้น มีการจำแนกตามระดับชั้นที่เปิดสอน และสังกัด โดยเปรียบเทียบเป็นร้อยละ พบว่าโรงเรียนทุกสังกัดที่เปิดสอนในระดับชั้นประถมศึกษาอย่างเดียว จะได้รับการรับรองมากที่สุด รองลงมาคือที่เปิดการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ส่วนที่เปิดเฉพาะระดับมัธยมศึกษานั้นจะได้รับการรับรองน้อยที่สุด

แต่หากจำแนกตามระดับชั้นที่เปิดสอนและขนาด จะพบว่าเป็นไปใน ทิศทางเดียวกันกับโรงเรียนปฐมวัยคือ โรงเรียนที่มีขนาดใหญ่พิเศษย่อมได้รับรองมากที่สุด ไม่จะเปิดสอนในระดับประถมศึกษา ประถมศึกษาควบมัธยมศึกษา หรือมัธยมศึกษาเพียงอย่างเดียว คือร้อยละ 99.05 97.02 98.56 ตามลำดับ รองลงมาคือขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก

นอกจาก นี้ถ้าจำแนกตามสถานที่ตั้งก็มีลักษณะเดียวกันกับโรงเรียนปฐมวัยอีก เช่นกัน คือโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเมืองจะได้รับการรับรองมากกว่าโรงเรียนที่ตั้งอยู่ นอกเมือง

รวมทั้งสิ้นมีสถานศึกษาระดับการศึกษาพื้นฐาน ผ่านการรับรอง 23,706 โรง จากการประเมิน 28,938 โรง คิดเป็นร้อยละ 81.92 เห็นได้ว่าผลการประเมินคุณภาพสถานศึกษาทั้ง 2 ระดับ มีสูงกว่าร้อยละ 80 ซึ่งจะส่งผลถึงคุณภาพของระบบการศึกษาในภาพกว้าง

ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสมศ. บอกว่า สาเหตุที่โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษผ่านการประเมินคุณภาพมากที่สุด เป็นเพราะขนาดของโรงเรียนจะส่งผลต่อจำนวนนักเรียน จำนวนทุนหมุนเวียน ความสามารถในการจ้างผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการจัดซื้อครุภัณฑ์ต่างๆ ด้วย

ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กยังคงต้องประสบปัญหาการประเมินคุณภาพอย่าง เรื้อรังต่อไป เนื่องจากเป็นโรงเรียนเล็ก ที่มีบุคลากรน้อย และขาดแคลนครุภัณฑ์ต่างๆ เมื่อเข้ารับการประเมินก็ไม่ผ่านเกณฑ์ เมื่อไม่ผ่านก็ไม่มีนักเรียน ไม่มีบุคลากร และก็ไม่มีวันที่จะพัฒนาขึ้นมาได้

“อยากเสนอให้ รัฐบาลเร่งรัดการลงทุนด้านการศึกษาและการเรียนรู้อย่างบูรณาการในทุกระดับ การศึกษาโดยใช้พื้นที่และโรงเรียนเป็นฐาน เพื่อยกระดับคุณภาพของโรงเรียนที่ต่ำกว่ามาตรฐาน และให้ส่งเสริมการแก้ปัญหาการศึกษาในพื้นที่ท้องถิ่น และต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณด้านครู สื่อ และเทคโนโลยีให้โรงเรียนขนาดเล็กด้วย” เขากล่าว

ยังมีผลการประเมินคุณภาพเฉลี่ยรายมาตรฐานของสถานศึกษาที่ได้ รับการประเมินคุณภาพภายนอกที่น่าสนใจ และสะท้อนถึงความเป็นจริงในระบบการศึกษาไทยได้เป็นอย่างดี

ผลการวิเคราะห์ระบุว่า ค่าเฉลี่ยการประเมินสูงสุด คือผู้บริหารมีภาวะผู้นำและมีความสามารถในการบริหารจัดการ ส่วนค่าเฉลี่ย ที่ต่ำสุดคือผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์

สำหรับการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรอบ สองนั้น ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ อันนำไปสู่มาตรฐานทางการศึกษาในระดับสากล โดยจะประเมินอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกห้าปี มีวัตถุประสงค์คือ ยืนยันสภาพจริงในการดำเนินงานของสถานศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงจุดเด่น จุดด้อย สาเหตุของปัญหาและเงื่อนไขของความสำเร็จอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI