
ยธ.เตรียมเสนอนำมือถือเข้าคุกเป็นคดีพิเศษ
"ยธ." เล็งชงคดีลักลอบนำโทรศัพท์เข้าเรือนจำเป็นคดีพิเศษ ระบุพบดีเอ็นเอผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้บนมือถือตามแนวรั้วเรือนจำ
"ยธ." เล็งชงคดีลักลอบนำโทรศัพท์เข้าเรือนจำเป็นคดีพิเศษ ระบุพบดีเอ็นเอผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้บนมือถือตามแนวรั้วเรือนจำ
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการดำเนินการป้องกันปราบปรามการลักลอบนำยาเสพติด โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำว่า ขณะนี้กระทรวงยุติธรรม. เตรียมเสนอคดีที่มีการลักลอบนำโทรศัพท์มือถือหรือสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำเป็นคดีพิเศษบางคดี โดยให้มีการพิจารณาตามพฤติการณ์เป็นรายดคีซึ่งขณะนี้มี 3 คดีสำคัญเตรียมเสนอแล้ว ประกอบด้วย1.กรณีที่ตรวจพบดีเอ็นเอของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ตรงกับดีเอ็นเอบนโทรศัพท์มือถือที่พบตามแนวกำแพงเรือนจำ ซึ่งคาดว่ามีผู้ลักลอบนำมาโยนเข้าเรือนจำแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ2.กรณีที่ผู้ต้องขังพ้นโทษออกไปและนำโทรศัพท์มือถือโยนกลับมาให้กับพรรคพวกในเรือนจำ และ3.กรณีผู้ต้องขังเครือข่ายลอบยิงเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราชเสียชีวิต โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) พิจารณาครั้งต่อไป
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวต่อว่า ในช่วงเวลา 2เดือนที่ผ่านมา ได้รับรายงานจาก 40เรือนจำทั่วประเทศว่า สามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือได้ประมาณ 1,500เครื่อง ซึ่งโทรศัพท์ที่ตรวจยึดได้ดังกล่าวมีข้อมูลการโทรเข้า-ออก คาดว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกว่า 60,000ครั้ง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบดีเอ็นเอจากโทรศัพท์มือถือที่ตรงกับผู้ต้องขังในเรือนจำแล้ว 8ตัวอย่าง ซึ่งที่ผ่านมาการตรวจค้นโทรศัพท์มือถือในเรือนจำหลายครั้งผู้ถือครองไม่ใช่เจ้าของ แต่เป็นการรับผิดแทนกัน โดยการตรวจดีเอ็นเอจะทำให้เราสามารถพบผู้กระทำผิดตัวจริงได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หากเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือได้ จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ เช่น การโทรเข้า-ออก การส่งข้อความในโปรแกรมแชทต่างๆ รายชื่อผู้ติดต่อที่บันทึกในโทรศัพท์ รวมถึงข้อมูลจากซิมการ์ดด้วย เพราะอาจเชื่อมโยงไปถึงผู้ต้องหาในดคีสำคัญได้ ทั้งนี้ กฎหมายได้มีการเพิ่มโทษเกี่ยวกับลักลอบนำโทรศัพท์มือถือหรือสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำเป็นจำคุก 5 ปี







