posttoday
เลือกตั้งกรีซสะเทือนยุโรป ชี้ชะตาเอกภาพ‘ยูโรโซน’

เลือกตั้งกรีซสะเทือนยุโรป ชี้ชะตาเอกภาพ‘ยูโรโซน’

26 มกราคม 2558

บรรยากาศความตึงเครียดยังคงแผ่ปกคลุมไปทั่วยุโรป แม้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเดือนละ 5 หมื่นล้านยูโร เป็นระยะเวลา 19 เดือน มาสัปดาห์นี้การเลือกตั้งทั่วไปของกรีซกลายเป็นประเด็นที่ละสายตาไม่ได้ เพราะชัยชนะของพรรค “ไซรีซา” พรรคซ้ายจัดที่มีนโยบายประชานิยมอาจกลายเป็นการจุดเริ่มต้นให้กรีซจมดิ่งสู่วังวนของภาวะหนี้ท่วมอีกครั้ง

บรรยากาศความตึงเครียดยังคงแผ่ปกคลุมไปทั่วยุโรป แม้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเดือนละ 5 หมื่นล้านยูโร เป็นระยะเวลา 19 เดือน มาสัปดาห์นี้การเลือกตั้งทั่วไปของกรีซกลายเป็นประเด็นที่ละสายตาไม่ได้ เพราะชัยชนะของพรรค “ไซรีซา” พรรคซ้ายจัดที่มีนโยบายประชานิยมอาจกลายเป็นการจุดเริ่มต้นให้กรีซจมดิ่งสู่วังวนของภาวะหนี้ท่วมอีกครั้ง

ประเทศเล็กๆ ในยุโรปตะวันออกอย่าง “กรีซ” เคยเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดวิกฤตในยุโรปมาแล้วเมื่อปี 2009 โดยรัฐบาลกรีซในยุคนั้นมีนโยบายประชานิยมอย่างเข้มข้น จากการกู้เงินจากต่างชาติเพื่อชดเชยงบประมาณขาดดุล โดยการหันไปใช้เงินสกุลยูโรที่มีความน่าเชื่อถือสูงเมื่อปี 2002 ทำให้รัฐบาลกรุงเอเธนส์สามารถขอกู้เงินได้อย่างง่ายดาย

รัฐบาลกรีซทุ่มเทงบประมาณไปกับการนโยบายส่งเสริมสวัสดิการ ทั้งการจ้างงานและสวัสดิการในระบบราชการขนาดใหญ่ รวมถึงการลงทุนจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 2004 ด้วย ผลปรากฏว่ารัฐบาลกรุงเอเธนส์ได้ก่อหนี้สาธารณะในระดับ 112.9% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เมื่อปี 2009

สถานการณ์หนี้กรีซเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อระบบธนาคารระหว่างประเทศล่มหลังจากวิกฤตซับไพรม์ปะทุขึ้นที่สหรัฐในช่วงปลายปี 2008 เศรษฐกิจโลกจมสู่ภาวะซบเซา ทำให้กรีซซึ่งมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยวและการขนส่งทางเรือมีรายได้ลดลงถึง 15% ทวีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ ทำให้เจ้าหนี้ของกรีซต้องอยู่ในภาวะสั่นคลอน เนื่องจากเกรงว่าต้องเผชิญกับภาวะหนี้เสียจากกรีซ

ด้วยสภาพเศรษฐกิจของกรีซที่ยึดโยงอย่างแนบแน่นกับชาติในยุโรป จนเป็นการกดดันให้องค์การระหว่างประเทศรายใหญ่ 3 แห่ง คือ คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ต้องรวมตัวกันเป็น “ทรอยกา” ลงขันกันให้เงินกู้กรีซเพื่อลดความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้

แต่ถึงแม้จะสามารถหลุดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ แต่รัฐบาลกรีซต้องดำเนินนโยบายการคลังอย่างเข้มงวด ทั้งการตัดรายจ่ายรัฐบาลและเพิ่มการเก็บภาษีตามที่ทรอยกาวางเอาไว้ หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือกรีซต้องเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ตามเงื่อนไขของเจ้าหนี้นั่นเอง

กรณีดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับชาวกรีซผู้ซึ่งคุ้นชินกับนโยบายประชานิยมเป็นอย่างมาก โดยประชาชนต้องเผชิญกับภาวะจำกัดบำนาญ การเพิ่มอายุเกษียณสำหรับภาคเอกชน ลดการจ่ายโบนัส การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย อีกทั้งลดจำนวนบริษัทเอกชนลงจาก 6,000 แห่ง เหลือเพียง 2,000 แห่ง

ผลจากมาตรการรัดเข็มขัดทำให้สัดส่วนการว่างงานในกรีซถีบตัวสูงขึ้นในระดับกว่า 20% แม้ผ่านมาได้ 5 ปี อัตราว่างงานก็ยังสูงถึง 25.80% ในเดือน ต.ค. 2014 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ชาวกรีซส่วนใหญ่เชื่อว่าเศรษฐกิจกรีซฟื้นตัวแล้ว และไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะต้องดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดต่อไป จึงเกิดกระแสอยากให้รัฐบาลกรีซกลับไปใช้นโยบายเอาใจประชาชนเช่นเดิม

สุดท้ายกระแสดังกล่าวบ่มเพาะจนกลายเป็นแรงสนับสนุนพรรคไซรีซา ซึ่งที่มีนโยบายประชานิยมอย่างสุดขั้ว โดย อเล็กซิส ไซปราส ผู้นำพรรคยังคงต้องการให้กรีซเป็นหนึ่งในชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ต่อไป แต่ไซปราสต้องการยกเลิกมาตรการรัดเข็มขัดตามเงื่อนไขของทรอยกา ทั้งการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและเพิ่มการลงทุนของรัฐบาล รวมถึงการขอให้เจ้าหนี้ยกเลิกหนี้อีกด้วย 

พรรคไซรีซาได้รับคะแนนนิยมอย่างมาก จนผลการสำรวจความนิยมของประชาชนออกมาว่าพรรคดังกล่าวได้รับคะแนนนิยมแซงหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลในการเลือกตั้งก่อนกำหนดเมื่อวันที่ 25 ม.ค.ด้วยซ้ำ

ด้วยเหตุผลดังนั้น การผงาดของพรรคไซรีซาในกรีซอาจทำให้กรีซจมดิ่งสู่วังวนของภาวะหนี้ท่วมอีกครั้ง และกลายเป็นสาเหตุหลักที่จะทำให้กรีซต้องออกจากการเป็นสมาชิกอียู ซึ่งถือเป็นการสั่นคลอนเสถียรภาพของอียูเลยทีเดียว

หากเหตุการณ์กรีซออกจากอียูเกิดขึ้นจริงจะถือว่ากรีซเป็นประเทศแรกที่ลาออกจากการเป็นสมาชิก ซึ่งหลายฝ่ายกลัวกันมากว่า กรณีดังกล่าวจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้หลายประเทศ โดยเฉพาะชาติสมาชิกยุโรปใต้ที่ยากจนเดินตามกรีซออกไปด้วย

ทั้งนี้ นอกจากกรีซแล้วทรอยกาได้เข้าไปให้เงินช่วยเหลือหลายประเทศทั้งโปรตุเกส สเปน และไอร์แลนด์ ในช่วงวิกฤตนี้ยุโรปปี 2009 ซึ่งแน่นอนว่าต้องแลกกับการปฏิบัติตามเงื่อนไขของทรอยกาอย่างเคร่งครัดและสร้างความไม่พอใจให้กับคนในประเทศที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากท่ามกลางนโยบายการคลังอย่างเข้มงวดของรัฐบาล

ขณะที่พรรคการเมืองซึ่งต่อต้านการรัดเข็มขัดอย่างพรรค “โปเดโมส” ในสเปนกำลังมีความแข็งแกร่งขึ้นจากคะแนนนิยมที่ประชาชนเทให้และกำลังจับตาดูความสำเร็จของพรรคไซรีซา เพื่อเป็นแบบอย่างให้เดินตาม 

ด้วยเหตุดังนี้ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในของกรีซ จึงเป็นการสั่นคลอนความมีเสถียรภาพของอียูทั้งระบบ เพราะอาจจะเป็นการจุดชนวนให้เกิดการเดินขบวนออกจากอียู ซึ่งแน่ว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นและความมั่นคงของอียูอย่างไม่ต้องสงสัย และอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้องค์การระดับ “เหนือรัฐ” องค์กรแรกของโลกแห่งนี้ต้องแตกเป็นเสี่ยงๆ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน