
ศก.โลกเดายาก
เมื่อวานนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดเริ่มกลับมาประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าจากสภาพเศรษฐกิจโลกในขณะนี้อาจจะทำให้เฟดต้องทบทวนกับความตั้งใจที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยก็ได้ครับ
เมื่อวานนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดเริ่มกลับมาประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าจากสภาพเศรษฐกิจโลกในขณะนี้อาจจะทำให้เฟดต้องทบทวนกับความตั้งใจที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยก็ได้ครับ
สัญญาณจากเฟดหลายๆ ครั้งก่อนหน้านี้ ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นเป็นผลมาจากการพิจารณาถึงสภาพเศรษฐกิจสหรัฐของเมื่อปีที่แล้ว โดยพิจารณาจากการฟื้นตัวของตลาดแรงงาน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค จึงทำให้เฟดเห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งและถึงเวลาที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังจากลดดอกเบี้ยต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่ 0-0.25% มานานตั้งแต่ปลายปี 2008
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้วสภาพเศรษฐกิจโลกหลายๆ อย่างกำลังเปลี่ยนไป โดยความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดก็คือการปรับลดลงของราคาน้ำมัน ซึ่งกำลังส่งผลร้ายมากกว่า
ผลดี คือแม้ว่าราคาน้ำมันจะทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ แต่ราคาน้ำมันที่ต่ำเกินไปเช่นนี้ก็ทำให้หลายภูมิภาคของโลกรวมทั้งในสหรัฐเองกำลังเผชิญหน้ากับดัชนีราคาที่ต่ำลง โดยเฉพาะที่ยุโรปกำลังเผชิญหน้ากับภาวะเงินฝืดทีเดียว
แม้กระทั่งญี่ปุ่นที่ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง ก็ยังประสบกับปัญหาเงินฝืด โดยล่าสุดธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือบีโอเจ ได้ปรับลดแนวโน้มดัชนีราคาในปีนี้ลงจาก 1.7 มาอยู่ที่ 1% เท่านั้น นั่นหมายความว่าญี่ปุ่นเองก็ยังไม่รอดจากภาวะเงินฝืด
ขณะที่จีนเองนั้นก็กำลังประสบกับความเสี่ยงที่ราคาสินค้าไม่ขยับขึ้นเช่นเดียวกัน ปัญหาเงินฝืดกำลังกลายมาเป็นภัยคุกคามในเศรษฐกิจโลกวันนี้ครับ โดยมีแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำทำให้ปัญหานี้เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น
การประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดนั้น ซึ่งถ้าหากมีการประกาศดังกล่าวจริง แน่นอนว่าจะกลับกลายเป็นการแตะเบรกการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไปในทันที ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่อาจจะมั่นใจได้ว่า การฟื้นตัวเศรษฐกิจของสหรัฐนั้นแข็งแกร่งพอที่จะต้านทานกับภาวะเงินฝืดที่กำลังคุกคามโลก และสร้างปัญหาต่อภาคธุรกิจที่ความเชื่อมั่นกำลังหดตัวลงทุกวี่วันได้หรือไม่ครับ
ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกนักที่เฟดจะต้องหันกลับมาประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจโลกใหม่อีกครั้งหนึ่งแน่นอน แม้ว่าหลายสถาบันทางเศรษฐกิจที่ต่างเห็นว่าในปีนี้ เศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตได้สวนทางกับภูมิภาคของโลก แต่เศรษฐกิจโลกในวันนี้เชื่อมโยงกันไปหมดครับ สหรัฐจะสามารถอู้ฟู่อยู่ประเทศเดียวกลายเป็นโอเอซิสกลางทะเลทรายได้อย่างไร จริงไหม!







