
จะเข้าหรือจะออก?
เชื่อว่าตลาดทุนของประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย รวมไปถึงประเทศไทยนั้น น่าจะวิตกกังวลไม่น้อยกับความไม่แน่ไม่นอนของสภาพตลาดทุนในโลกปีนี้ เพราะปัจจัยความเคลื่อนไหวจากธนาคารรายใหญ่ของโลกนั้น ยังจะส่งผลกระทบต่อตลาดทุนโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้
เชื่อว่าตลาดทุนของประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย รวมไปถึงประเทศไทยนั้น น่าจะวิตกกังวลไม่น้อยกับความไม่แน่ไม่นอนของสภาพตลาดทุนในโลกปีนี้ เพราะปัจจัยความเคลื่อนไหวจากธนาคารรายใหญ่ของโลกนั้น ยังจะส่งผลกระทบต่อตลาดทุนโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้
พูดง่ายๆ ก็คือความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางของประเทศยักษ์ใหญ่จะส่งผลให้เกิดภาวะทั้งเงินทุนไหลเข้าและไหลออกจากตลาดทุนของประเทศเล็กๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ซึ่งยิ่งทำให้สภาพของตลาดทุนตกอยู่ในภาวะที่สั่นคลอน อ่อนไหวและไร้เสถียรภาพอย่างหนัก
แน่นอนว่า ในขณะนี้ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กำลังหมดเครื่องมือที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซน ซึ่งเครื่องมือสุดท้ายที่เหลืออยู่ก็คือการเข้าซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลของกลุ่มประเทศยูโรโซน หรือที่เรียกว่าคิวอีนั่นเอง
แน่นอนว่า ในขณะนี้ชัดเจนแล้วว่า อีซีบีน่าจะเลือกเครื่องมือนี้เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของยุโรป แต่คำถามอยู่ที่ว่าเมื่อไหร่ และจะใช้ในปริมาณเท่าใด แว่วๆ จากนักวิเคราะห์ต่างประเทศ
ที่เก็งกันว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 5 แสนล้านยูโร
ซึ่งหากมีการประกาศใช้นโยบายดังกล่าวจริง กระแสทุนที่ล้นตลาดยุโรปก็จะไหลออกสู่ตลาดกำลังพัฒนา และนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการไหลทะลักกระแสหลักของทุนต่างชาติในปีนี้ครับ
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องไม่ลืมอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือท่าทีจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในปีนี้ และจะเป็นการปรับขึ้นครั้่งแรกนับตั้งแต่ปลายปี 2008 จากระดับต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ 0-0.25%
ที่ผ่านมา ตลาดทุนทั่วโลกได้แต่คาดการณ์ เก็ง และเดาไปต่างๆ นานาว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่ แต่ในทุกครั้งที่มีการส่งสัญญาณออกมาเป็นระยะๆ จากเฟดไม่ว่าจะจริงหรือไม่ ก็มักจะส่งผลกระทบต่อตลาดทุนทั่วโลกในทันที ทำให้ทุุนไหลออกจากประเทศกำลังพัฒนา อย่างเมื่อปีที่แล้ว ค่าเงินอินโดนีเซียและอินเดียก็ได้รับผลกระทบนี้อย่างเต็มๆ หลังจากทุนไหลออกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าเงินอ่อนตัวลงไป
นักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่า เฟดน่าจะเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยในราวๆ กลางปีนี้ครับ และอาจจะปรับขึ้นไปที่ราวๆ 1-1.25% การปรับขึ้นดอกเบี้ยนี้หากจริงก็จะทำให้ทุนไหลออกในทันที
ดังนั้น ในปีนี้เราอาจจะได้เห็นทั้งการไหลเข้าและไหลออกของทุนอย่างรุนแรง ก็แล้วแต่ว่ายุโรปหรือสหรัฐจะเคลื่อนไหวประกาศมาตรการเหล่านั้นก่อนกัน และประกอบกับที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งมาอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะแข็งต่อไป ปัญหาค่าเงินอ่อนจึงน่าจะเป็นปัญหาหลักของประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายในปีนี้ครับ







