
ฟ้องอาญายิ่งลักษณ์ เชือด 2 อดีตรมต.ทุจริตข้าว
คดีทุจริตโครงการจำนำข้าวใกล้ปิดฉาก โดยเมื่อวันที่ 20 ม.ค. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
คดีทุจริตโครงการจำนำข้าวใกล้ปิดฉาก โดยเมื่อวันที่ 20 ม.ค. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิด “บุญทรง เตริยาภิรมย์” อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 21 คน ทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)
ขณะที่ “สรรเสริญ พลเจียก” เลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า ที่ประชุมคณะทำงาน ร่วมระหว่าง ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ในคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าวของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งประชุมนัดสุดท้ายได้เห็นพ้องกันว่า ข้อสมบูรณ์ในคดีนี้ มีพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนจากนี้ คณะทำงานร่วมจะส่งเรื่องไปให้อัยการสูงสุดพิจารณา สั่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป
สำหรับสาระสำคัญในการชี้มูล “บุญทรง” กับพวกนั้น “วิชา มหาคุณ” กรรมการ ป.ป.ช. แถลงว่า จากการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการไต่สวนเรื่องการทำสัญญาซื้อข้าวแบบรัฐต่อรัฐ 6.5 หมื่นตัน วงเงิน 847 ล้านบาท รับฟังได้ว่า “ภูมิ สาระผล” เมื่อครั้งเป็น รมช.พาณิชย์ และประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว “บุญทรง” เมื่อครั้งเป็น รมว.พาณิชย์ และประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว และตัวแทนของบริษัทเอกชนรวม 21 ราย อาทิ บริษัท สยาม อินดิก้า บริษัท สิราลัย ได้ร่วมกันกระทำความผิด
ด้วยการแบ่งหน้าที่กันทำงานโดยช่วยเหลือ มุ่งหมาย และเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท Guangdong stationery & sporting goods imp. & exp. Corp และบริษัท Hainan grain and oil industrial trading company ซึ่งมิได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีนให้เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าว แต่ให้มีสิทธิเข้าทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ โดยไม่ต้องแข่งขันราคากับผู้เสนอราคารายอื่น
จากนั้นได้นำข้าวที่ซื้อได้ในราคาที่ต่ำกว่าตลาดราคาขายภายในประเทศ หรือต่ำกว่าราคาที่ฝ่ายไทยเสนอ หรือต่ำกว่าราคาที่รับจำนำ นำไปขายต่อให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวในประเทศ หรือนำไปให้บริษัท สยามอินดิก้า ไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรมการค้าต่างประเทศและประเทศชาติอย่างร้ายแรง
คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาและมีมติว่า ผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และให้ส่งรายงานเอกสารและความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อส่งฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติ แจ้งให้กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ดำเนินการให้ผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสียหายชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนตัวเลขค่าเสียหายยังไม่นิ่ง แต่จากการปิดบัญชีมีประมาณ 6 แสนล้านบาทขึ้นไป ซึ่งกระทรวงการคลังจะดำเนินการจัดทำตัวเลขที่แน่นอนต่อไป
ขณะเดียวกันให้สำนักงาน ป.ป.ช.รวบรวมพยานหลักฐานสัญญาซื้อขายมันสำปะหลังแบบรัฐต่อรัฐในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์อีกด้วย
21 จำเลยข้าว
นักการเมือง 3 ราย คือ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ พ.ต.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตผู้ช่วยเลขาฯ รมว.พาณิชย์ ข้าราชการระดับสูง 3 ราย ได้แก่ มนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ฑิฆัมพร นาทวรทัต อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ และอดีตรองอธิบดีกรมการค้าข้าวต่างประเทศ อัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยงหรือทีปวัชระ อดีตเลขานุการกรม และอดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ
เอกชนที่เกี่ยวข้อง 15 ราย ได้แก่ สมคิด เอื้อนสุภา รัฐนิธ โสจิระกุล ลิตร พอใจ ผู้รับมอบอำนาจชำระเงินและผู้รับมอบอำนาจรับมอบข้าว บริษัท สยามอินดิก้า รัตนา แซ่เฮ้ง กรรมการสยามอินดิก้า สุธิดา จันทะเอ กรรมการสยามอินดิก้า เรืองวัน เลิศศลารักษ์ กรรมการสยามอินดิก้า โจ หรือนิมล รักดี สุธี เชื่อมไธสง สุนีย์ จันทร์สกุลพร กรรมการสิราลัย กฤษณะ สุระมนต์ สมยศ คุณจักร สิราลัย หรือบริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ส์ ธันยพร จันทร์สกุลพร กรรมการสิราลัย อภิชาติ จันทร์สกุลพร และบริษัทอีก 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท สยามอินดิก้า และบริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ส์







