posttoday
เปิดแผน ‘หม่อมอุ๋ย’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

เปิดแผน ‘หม่อมอุ๋ย’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

21 มกราคม 2558

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี รายงานแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2558 ให้กับที่ประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบ โดยสาระสำคัญคือปัจจัยที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2558 ขยายตัวได้ตามเป้าหมาย มี 4 ส่วนสำคัญ คือ 1.การใช้จ่ายภาครัฐ 2.การลงทุนภาคเอกชน 3.การบริโภคภาคเอกชน และ 4.การส่งออก

สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐ ในส่วนงบประจำในไตรมาสแรก ทำได้สูงถึง 34.18% สูงกว่าปีที่ผ่านมามาก และคาดว่าในอีก 3 ไตรมาสที่เหลือจะทำได้ตามเป้าหมาย แต่การเบิกจ่ายงบลงทุนในไตรมาสแรก ทำได้เพียง 9.2% ถือว่าต่ำมาก ส่วนงบผูกพันเบิกจ่ายได้อีก 18.24% ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ

ทั้งนี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ชี้แจงว่า สาเหตุที่ทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนยังต่ำ เพราะ 1.งบประมาณผ่านสภาในเดือน ส.ค. 2557 และการจัดสรรงบ ให้หน่วยงานล่าช้ากว่าปกติประมาณ 1 เดือน 2.โครงการใหม่ในปี 2558 ต้องใช้เวลาในการทำงานไม่ต่ำกว่า 42 วัน จึงจะเริ่มลงนามผูกพันสัญญาได้ 3.บางโครงการใช้ราคามาตรฐานเดิม ซึ่งต่ำกว่าราคาจริงในปัจจุบันจนไม่มีผู้รับงาน จำเป็นต้องใช้เวลาแก้ไขแบบลดเนื้องานลง

ในเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้สำนักงบประมาณแก้ไขราคากลางใหม่ให้แล้วเสร็จใน 1 สัปดาห์ โดยเฉพาะงบ ที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ในการประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้รับการยืนยันว่า จะสามารถลงนามในสัญญาเพื่อผูกพันงบได้ทั้งหมดภายในเดือน มี.ค. 2558 และกำหนดการเบิกจ่าย งบลงทุนทั้งปีไว้ให้ได้ถึง 80% ของงบประมาณ

ส่วนงบลงทุนจากงบเหลื่อมปีในไตรมาสแรกของปี 2558 จ่ายได้ 23.08% ของงบประมาณ และได้ทำสัญญาไว้แล้ว 32.6% ยังสามารถเร่งรัดได้มากขึ้นอีก โดยสามารถลงนามในสัญญาเพื่อผูกพันงบได้ทั้งหมดภายในเดือน มี.ค. 2558 และตั้งเป้าเบิกจ่ายงบเหลื่อมปีให้ได้ถึง 85%

สำหรับงบประมาณลงทุนที่มีการเบิกจ่ายน้อยที่สุดในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558 คือ งบกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้จากงบไทยเข้มแข็ง และ งบกลางส่วนที่ยังเหลือรวม 2.3 หมื่นล้านบาท โดยเพิ่งเบิกจ่ายได้เพียง 5.9% ในไตรมาสแรก และ ทำสัญญาผูกพันเพียง 3,641.93 ล้านบาท หรือ 15.83% ของงบทั้งหมด จึงมีการเร่งรัดและปรับปรุงราคากลางให้มีความทันสมัย ทั้งนี้ตั้งเป้าเบิกจ่าย งบส่วนนี้ให้ได้ 90% เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2558

ด้านการลงทุนภาคเอกชนมีข้อมูลสนับสนุนว่า มีสัญญาณที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 โดยมีการขอใบอนุญาตโรงงานเพิ่มขึ้น 3,815 โรงงาน และมีโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการแล้ว 1,661 โรงงาน มูลค่าลงทุนกว่า 2.14 แสนล้านบาท โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กำหนดแผนให้บีโอไอออกไปทำโรดโชว์ในต่างประเทศเป็นระยะ เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติมาลงทุนตามแผนส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ รวมทั้งส่งเสริมการลงทุนตามนโยบายในการให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุน

ในส่วนของการส่งออก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร รายงานว่า เศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ซึ่งผู้ส่งออกไทยรู้สถานการณ์ดี และกระทรวงพาณิชย์จะใช้แผนเชิงรุกในการนำเอกชนไปหาตลาดใหม่ๆ ในแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้

ขณะที่การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากดำเนินการตามแผนของกระทรวงคมนาคมในปี 2558 ยังควรให้มีความชัดเจนในเรื่องการเปิดประมูลหาผู้เดินรถเอกชนมาเดินรถไฟฟ้ามวลชนในกรุงเทพฯ ซึ่งจะทำให้ภาคเอกชนเริ่มจัดหาอุปกรณ์และเงินทุนประเภทอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ ส่งผลให้ตลาดการเงินคึกคักขึ้น

รวมทั้งขอให้กระทรวงคมนาคมจัดหาเอกชนมาเดินรถไฟชานเมืองเพื่อดึงดูดการลงทุนของภาคเอกชนในสาขาต่างๆ ที่จะตามมาในอนาคต

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน