
มาร์คสั่งฟันปั่นหุ้นไทยคม
นายกฯสั่งดำเนินการเอาผิดผู้ได้ประโยชน์จากราคาหุ้นไทยคมโดยไม่ชอบ ชี้การซื้อคืนยังมีขั้นตอนอีกมากเพราะมีหลายเงื่อนไขเกี่ยวข้อง ด้านศิริโชคยันรัฐบาลไม่ได้ปล่อยข่าว แต่มาจากสื่อต่างชาติสัมภาษณ์ผู้บริหารเทมาเซก
นายกฯสั่งดำเนินการเอาผิดผู้ได้ประโยชน์จากราคาหุ้นไทยคมโดยไม่ชอบ ชี้การซื้อคืนยังมีขั้นตอนอีกมากเพราะมีหลายเงื่อนไขเกี่ยวข้อง ด้านศิริโชคยันรัฐบาลไม่ได้ปล่อยข่าว แต่มาจากสื่อต่างชาติสัมภาษณ์ผู้บริหารเทมาเซก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่ได้ผลประโยชน์จากราคาหุ้น บริษัท ไทยคม โดยไม่ชอบ กรณีที่อาจมีการใช้ข้อมูลภายในจากการดำเนินการของรัฐบาลที่มีแนวคิดซื้อกิจการดาวเทียมไทยคมจากกลุ่มเทมาเซกไปใช้ในการซื้อขายหุ้น ซึ่งเป็นผลทำให้ราคาหุ้นไทยคมปรับตัวสูงขึ้น
"ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการซื้อหุ้น เป็นการพูดถึงการดำเนินการของทางภาครัฐ เพราะทางเทมาเซคไม่ค่อยจะทราบข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องหุ้นถ้าใครได้ผลประโยชน์โดยไม่ชอบก็จะให้ดำเนินการตามกฎหมายได้"นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้พูดถึงวิธีการหรือแนวทางการในการขอซื้อกิจการดาวเทียมไทยคมมาบริหารเอง เพียงแต่มองว่าเรื่องนี้กระทบความรู้สึกต่อคนไทย และทั้งนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และนายศิริโชค โสภา เลขานุการส่วนตัว ที่เดินทางไปกับทางเทมาเซกก็ยังไม่ได้รายงานข้อมูลมาให้รับทราบ
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการดำเนินการในเรื่องนี้ยังมีขั้นตอนอีกมาก รวมถึงในเรื่องคำพิพากษาในคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยังมีความเกี่ยวข้องกันอยู่ในส่วนของดาวเทียมไอพีสตาร์ ซึ่งอยู่ภายใต้บริษัทไทยคม ทั้งนี้ต้องย้อนกลับไปดูทั้งกฎหมายตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งแนวทางการซื้อขาย โดยทุกส่วนต้องมีการหารือให้รอบด้านก่อน
ศิริโชคชี้รัฐไม่ได้ปล่อยข่าวไทยคม
นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ปล่อยข่าวการซื้อดาวเทียมไทยคมคืน แต่เกิดจากสื่อต่างประเทศไปคุยกับผู้บริหารของเทมาเซก ส่วนการจะซื้อในรูปแบบใด ต้องรอความชัดเจนจากกระทรวงการคลังและกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในแง่ของการลงทุน และเรื่องข้อกฎหมายก่อน
ทั้งนี้เทมาเซกระบุชัดเจนว่าอะไรก็แล้วแต่ที่เสนอไปแล้วเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นก็ยินดีที่จะรับข้อเสนอ เป็นเรื่องของกระทรวงการคลังที่ต้องไปติดตามเรื่องนี้ รัฐบาลมีความประสงค์ในส่วนของดาวเทียม แต่ดาวเทียมเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทไทยคม ฉะนั้นต้องมาดูว่า ถ้าจะซื้อเฉพาะดาวเทียมต้องทำอย่างไร ซึ่งคิดว่าต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญของบริษัทวาณิชธนะกิจที่ต้องเข้ามาดูเรื่องนี้ด้วย และถ้าซื้อเฉพาะดาวเทียมก็ต้องไปดูว่าปัจจุบันดาวเทียมที่ใช้งานได้มีอยู่กี่ดวง อายุสัมปทานของดาวเทียมดวงนั้นเหลืออีกกี่ปี มีลูกค้ากี่ราย ทรัพย์สินมีอะไรบ้างก็ไปคำนวณออกมา
อย่างไรก็ตามมีเงื่อนไขที่ผูกติดกับบริษัทไทยคมหลายอย่าง เช่น ดาวเทียมไทยคม 5 หรือรวมไอพีสตาร์ ซึ่งไอพีสตาร์ก็มีปัญหาว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหนงทางการเมืองเคยระบุว่า เป็นดาวเทียมที่ไม่ได้รับอนุญาต ฉะนั้นเวลาคำนวนก็ต้องมีหลายตุ๊กตา เช่น เฉพาะไทยคม5 หรือ ไทยคม5 บวกไอพีสตาร์ ไทยคม5 บวกไอพีสตาร์และต่ออายุสัมปทาน ซึ่งตรงนี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของกระทรวงการคลังไปพูดคุยกับไอซีที ส่วนตัวเลขเท่าใดที่จะไปซื้อนั้นตอบยาก เพราะยังไม่ได้ลงลึกว่าราคาควรเป็นเท่าใด รูปแบบการซื้อก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะซื้อทั้งบริษัทไทยคม หรือจะซื้อเฉพาะธุรกิจดาวเทียม หรือว่าซื้อทั้งบริษัทมาก่อนแล้วค่อยขายในส่วนที่เกี่ยวกับดาวเทียมออก
นายศิริโชค กล่าวว่า เรื่องการยกเลิกสัญญาก็ต้องระมัดระวัง เพราะจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสิงคโปร์ เช่น เรื่องการค้า เพราะปัจจุบันไทยใช้สิงคโปร์เป็นฐานการส่งออกพอสมควร ดังนั้นมีหลายมิติที่ต้องคำนวนซึ่งตรงนี้ต้องคิดกันอย่างระมัดระวัง แต่ความตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่เป็นฝ่ายค้าน ก็คือดาวเทียมของไทยคมก็ควรที่จะเป็นของคนไทย ดังนั้นวันนี้รัฐพยามยามที่จะสานต่ออุดมการณ์และแนวความคิดที่เคยมีอยู่







