posttoday
ลดอายุตุลาการบริหาร เร่งเพิ่มศาลจังหวัด

ลดอายุตุลาการบริหาร เร่งเพิ่มศาลจังหวัด

20 มกราคม 2558

ที่ประชุม คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ประธานศาลต่างๆ ทั้งประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ยกเว้นประธานศาลรัฐธรรมนูญ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ที่ประชุม คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ประธานศาลต่างๆ ทั้งประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ยกเว้นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลทหาร ควรมีวาระไม่เกิน 4 ปี และเป็นได้เพียงวาระเดียว ส่วนผู้เป็นตุลาการให้รับราชการและอยู่ตำแหน่งบริหารให้อยู่ได้เพียงอายุถึง 65 ปีเท่านั้น แต่เมื่อพ้นแล้วอาจเป็นตุลาการอาวุโสได้จนถึงอายุ 70 ปี

ทั้งนี้ กมธ.ยกร่างบางส่วนเสนอให้ลดอายุของตุลาการฝ่ายบริหารลงมาเป็น 60 ปี โดยให้เหตุผลว่าควรจะให้ผู้ที่มีความกระฉับกระเฉง คนรุ่นใหม่ๆ ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหารมากขึ้น แต่ในที่สุดก็ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ที่ระบุว่าสังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ หากกำหนดอายุตำแหน่งบริหารศาลน้อยเกินไป อาจเกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากรขึ้นได้ จึงยอมรับให้เป็น 65 ปี

ข้อเสนอดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเสนอในนามของ 105 ตุลาการศาลปกครองที่ ประสาท พงษ์สุวรรณ อธิบดีศาลปกครองระยอง นำมายื่นต่อประธาน กมธ.ยกร่างฯ และจะส่งผลให้ หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุดซึ่งปัจจุบันอายุ 66 ปี ต้องพ้นจากตำแหน่งประธาน และจากการเป็นฝ่ายบริหาร โดยอาจไปเป็นตุลาการผู้อาวุโสได้เท่านั้น

นอกจากนี้ มีมาตราน่าสนใจ อาทิ มาตรา (3/1/1) 1 ว่าด้วยหลักกระบวนการยุติธรรมทั่วไปทั้งกระบวนการ ที่ประชุมเห็นควรเพิ่มสาระสำคัญ อาทิ ประสิทธิภาพการทำงานของศาลโดยเฉพาะเรื่องความล่าช้า ที่จำเป็นต้องมีกรอบทำงานชัดเจนในแต่ละกระบวนการพิจารณา รวมถึงเปิดเผยคำพิพากษาเป็นการทั่วไป เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงง่าย
อีกทั้ง ทำให้เกิดประโยชน์กับศาลและประชาชน

ขณะที่มาตรา (3/1/1) 2 ว่าด้วยรากฐานหลักการเสรีประชาธิปไตยสากล กรรมาธิการเห็นว่าไม่ควรใช้กฎหมายย้อนหลังในคดีอาญา ยกเว้นคดีทางแพ่ง ปกครอง และมหาชน ที่สามารถกระทำได้ แต่ต้องเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะสำคัญมากกว่าหลักคุ้มครองความสุจริตของบุคคล

มาตรา (3/1/1) 3 ว่าด้วยศาลเป็นหน่วยงานที่ต้องดำรงความยุติธรรม กรรมาธิการมองว่าผู้พิพากษาและตุลาการจะเป็นข้าราชการการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมิได้ อีกทั้ง ผู้พิพากษาจะต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในคดีที่พิพากษา รวมถึงโยกย้ายข้ามศาลจะกระทำมิได้ ซึ่งมีกรรมาธิการเสนอให้เขียนไว้ให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดการปฏิบัติได้จริง

มาตรา (3/1/1) 5 ว่าด้วยการจัดตั้งศาล นำบทบัญญัติจากมาตรา 198 รัฐธรรมนูญ 2550  มาพิจารณา โดยคำนึงการเข้าถึงของประชาชนในพื้นที่ สะดวก ง่าย และเสียค่าใช้จ่ายน้อย ซึ่งกรรมาธิการเสนอให้ตั้งศาลจังหวัดเพื่อสะดวกต่อประชาชน และให้เพิ่มถ้อยคำ “เสมอภาค” แต่ที่ประชุมไม่เห็นชอบและให้ยึดตามข้อเสนอของอนุ กมธ.ยกร่างฯ

มาตรา (3/1/1) 6 ว่าด้วยหลักการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดโดยคณะกรรมการของศาลเพื่อพิจารณาปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ซึ่งนำมาตรา 199 รัฐธรรมนูญ 2550 มาพิจารณาและเพิ่มเติม คือ คณะกรรมการที่วินิจฉัยชี้ขาดต้องมาจากศาลที่เป็นคู่ขัดแย้ง และมีผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 3 คน และไม่เกิน 5 คน เพื่อให้การพิจารณามีข้อมูลทางวิชาการมาประกอบ ซึ่งเดิมให้อำนาจศาลเป็นผู้ชี้ขาดเท่านั้น

สำหรับมาตรา (3/1/1) 9 ว่าด้วยการตั้งคณะกรรมการในองค์กรบริหารงานบุคคลของศาล ได้บัญญัติขึ้นใหม่ โดยรวมความที่เกี่ยวข้องกับการตั้งคณะกรรมการในองค์กรบริหารงานบุคคลของศาลต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องที่มาของกรรมการในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิกำหนดให้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมด ซึ่งมีกรรมาธิการทักท้วงเรื่องการกำหนดสัดส่วน

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค